Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 468

<< | หน้าที่ 468 | >>
บัณฑิตทั้งหลายผู้เห็นแจ้งอริยสัจ

จบเวท รู้สิ่งทั้งปวงโดยชอบ

ย่อมไม่กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก

เพราะรู้ยิ่งถึงภาวะที่สิ้นสุดการเกิด

แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แล

อัคคิสูตรที่ ๔ จบ


๕. อุปปริกขสูตร


ว่าด้วยการพิจารณาโดยวิธีที่จิตไม่ฟุ้งซ่าน


{๒๗๔} [๙๔] แท้จริง พระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคตรัสไว้แล้ว พระสูตรนี้ พระอรหันต์ กล่าวไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

“ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรพิจารณาโดยประการที่วิญญาณ(จิต)ของตนไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ซัดส่ายไปในอารมณ์ภายนอก ไม่ติดอยู่ภายใน จึงไม่หวาดสะดุ้งเพราะไม่ยึดติดใน อารมณ์ต่าง ๆ

ภิกษุทั้งหลาย ครั้นวิญญาณไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ซัดส่ายไปในอารมณ์ภายนอก ไม่ติด อยู่ภายใน เมื่อภิกษุไม่หวาดสะดุ้ง เพราะไม่ยึดมั่นอารมณ์ต่าง ๆ เหตุแห่งทุกข์คือชาติ และความเกิดทุกข์คือชราและมรณะ ก็จะเกิดมีไม่ได้อีกต่อไป”

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความดังกล่าวมานี้แล้ว ในพระสูตรนั้น จึงตรัส คาถาประพันธ์ดังนี้ว่า

ภิกษุละกิเลสเครื่องข้อง ๗ ประการ ได้

ตัดตัณหาที่นำไปสู่ภพได้เด็ดขาด

มีสงสารคือชาติหมดสิ้นแล้ว

ย่อมไม่มีภพใหม่

แม้เนื้อความนี้ พระผู้มีพระภาคก็ตรัสไว้แล้ว ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้แล

อุปปริกขสูตรที่ ๕ จบ


๑ กิเลสเครื่องข้อง ๗ ประการ คือ (๑) ตัณหา (๒) ทิฏฐิ (๓) มานะ (๔) โกธะ (๕) อวิชชา (๖) กิเลส (๗) ทุจริต (ขุ.อิติ.อ. ๙๔/๓๔๐)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka