Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 599

<< | หน้าที่ 599 | >>
[๔๓๓] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสตอบมารผู้กล่าวอย่างนั้นว่า

มารผู้มีบาป ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของคนประมาท

ท่านมาที่นี้มีความประสงค์ใด

[๔๓๔] เราไม่มีความต้องการบุญแม้แต่น้อย

ความจริง ท่านผู้เป็นมาร

ควรไปบอกแก่คนผู้ต้องการบุญ

[๔๓๕] เพราะเหตุไร ท่านจึงเฝ้าเพียรถามเรา

ผู้มีทั้งศรัทธา ตบะ วิริยะ และปัญญา

ผู้มีจิตมุ่งมั่น มีความเป็นอยู่อย่างนี้

[๔๓๖] กระแสแม่น้ำทุกสาย ลมนี้สามารถพัดให้เหือดแห้งได้

แต่ว่าเลือดของเราผู้มีจิตมุ่งมั่นไม่เหือดแห้งไปแม้สักหยดเลย

[๔๓๗] เมื่อเลือดกำลังเหือดแห้งไป ดี เสลดก็กำลังเหือดแห้งไปด้วย

และเมื่อเนื้อกำลังจะหมดสิ้นไป แต่จิตของเราก็ยิ่งผ่องใส

สติ และปัญญาก็ผ่องใส สมาธิของเราก็ยิ่งตั้งมั่นขึ้นไปอีก

[๔๓๘] เรานั้นถึงจะได้รับทุกขเวทนาอันแรงกล้าอยู่อย่างนี้

จิตก็หาได้หวนคนึงถึงกามทั้งหลายไม่

ท่านจงคอยดูภาวะที่เราเป็นสัตว์บริสุทธิ์

[๔๓๙] กิเลสกามทั้งหลาย เราเรียกว่าเสนากองที่ ๑ ของท่าน

ความไม่ยินดี เราเรียกว่าเสนากองที่ ๒ ของท่าน

ความหิวกระหาย เราเรียกว่าเสนากองที่ ๓ ของท่าน

ตัณหา(ความทะยานอยาก) เราเรียกว่าเสนากองที่ ๔ ของท่าน

[๔๔๐] ถีนมิทธะ(ความหดหู่และเซื่องซึม)

เราเรียกว่าเสนากองที่ ๕ ของท่าน

ความกลัว เราเรียกว่าเสนากองที่ ๖ ของท่าน
วิจิกิจฉา(ความลังเลสงสัย) เราเรียกว่าเสนากองที่ ๗ ของท่าน

มักขะ(ความลบหลู่คุณท่าน) และถัมภะ(ความหัวดื้อ)

เราเรียกว่าเสนากองที่ ๘ ของท่าน


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka