Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 691

<< | หน้าที่ 691 | >>
อนึ่ง ภิกษุใดไม่มีกิเลสเครื่องฟูในที่ไหน ๆ ในโลก

ผู้ฉลาดทั้งหลายเรียกภิกษุนั้นว่า ผู้มีอริยธรรม

[๗๙๑] เจ้าลัทธิใด มีธรรมที่กำหนดไว้ อันปัจจัยปรุงแต่งเชิดชูไว้

(แต่)ไม่ขาวสะอาด เจ้าลัทธินั้นเห็นอานิสงส์ใดในตน

อาศัยอานิสงส์นั้น และสันติ ที่กำเริบซึ่งอาศัยกันเกิดขึ้น

[๗๙๒] ความถือมั่นด้วยอำนาจทิฏฐิ มิใช่ก้าวล่วงได้ง่าย ๆ

การปลงใจในธรรมทั้งหลายแล้วถือมั่น

ก็มิใช่ก้าวล่วงได้ง่าย

เพราะฉะนั้น ในความถือมั่นเหล่านั้น

นรชนย่อมสลัดทิ้งธรรมบ้าง ยึดถือธรรมไว้บ้าง

[๗๙๓] ทิฏฐิที่กำหนด(เพื่อเกิด)ในภพน้อยภพใหญ่

ของผู้มีปัญญาเครื่องกำจัดไม่มีในที่ไหน ๆ ในโลก

เพราะผู้มีปัญญาเครื่องกำจัดนั้น

ละความหลอกลวงและความถือตัวได้แล้ว

ไม่มีความถือมั่น จะพึงไปด้วยเหตุอะไรเล่า

[๗๙๔] เพราะว่า ผู้มีความถือมั่นย่อมเข้าถึงวาทะในธรรมทั้งหลาย

จะพึงกล่าวคำติเตียนผู้ไม่มีความถือมั่นด้วยเหตุอะไรเล่า

เพราะทิฏฐิว่ามีอัตตา ทิฏฐิว่าไม่มีอัตตา

ไม่มีแก่ผู้ไม่มีความถือมั่นนั้น

ผู้ไม่มีความถือมั่นนั้น สลัดแล้วซึ่งทิฏฐิทั้งปวงในอัตภาพนี้แหละ

ทุฏฐัฏฐกสูตรที่ ๓ จบ


๑ สันติ หมายถึงความสงบ มี ๓ อย่าง คือ (๑) อัจจันตสันติ (ความสงบอย่างสิ้นเชิง) หมายถึงอมตนิพพาน (๒) ตทังคสันติ (ความสงบด้วยองค์นั้น ๆ) หมายถึงผู้บรรลุรูปฌาน ๔ และอรูปฌาน ๔ (๓) สมมุติสันติ (ความสงบโดยสมมติ) หมายถึงทิฏฐิ ๖๒ ในที่นี้หมายถึงสันติโดยสมมุติ (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๙/๘๘-๘๙)
๒ ทิฏฐิว่ามีอัตตา หมายถึงสัสสตทิฏฐิ ทิฏฐิว่าไม่มีอัตตา หมายถึงอุจเฉททิฏฐิ ดู ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒๒/ ๙๘-๑๐๐, ๙๓/๒๘๘-๒๘๙ และดู สุตตนิบาตข้อ ๘๖๕ หน้า ๗๐๗ ในเล่มนี้ประกอบ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka