Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 698

<< | หน้าที่ 698 | >>
[๘๒๓] ผู้ใดในเบื้องต้นเที่ยวไปผู้เดียว

(ต่อมา)เข้าไปเสพเมถุนธรรม

ผู้รู้ทั้งหลายเรียกผู้นั้นว่า เป็นปุถุชนเลวในโลก

เหมือนยานที่แล่นไป ฉะนั้น

[๘๒๔] ยศและเกียรติ ในเบื้องต้นของภิกษุนั้น เสื่อมไป

ภิกษุเห็นสมบัติและวิบัตินี้แล้ว พึงศึกษาเพื่อละเมถุนธรรม

[๘๒๕] ภิกษุนั้นถูกความดำริครอบงำ

ย่อมซบเซาเหมือนคนกำพร้า

ครั้นได้ยินคำตำหนิของคนอื่นแล้ว

ย่อมเป็นผู้เก้อเขิน เป็นผู้เช่นนั้น

[๘๒๖] ลำดับนั้น ภิกษุนั้นถูกถ้อยคำของผู้อื่นตักตือนแล้ว

ย่อมสร้างศัสตรา ย่อมก้าวลงสู่ความเป็นคนพูดเท็จ

นี้แหละเป็นเครื่องทำให้ติดใหญ่ของเธอ

[๘๒๗] ภิกษุ (ในเบื้องต้น) ได้สมญานามว่า เป็นบัณฑิต

อธิษฐานการเที่ยวไปผู้เดียว

ต่อมา เธอประกอบในเมถุนธรรม

ก็จักมัวหมอง เหมือนกับคนโง่ ฉะนั้น

๑ เที่ยวไปผู้เดียว หมายถึงบวชเป็นบรรพชิตและการละความคลุกคลีด้วยหมู่คณะ(ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๕๑/๑๗๗)
๒ เข้าไปเสพเมถุน หมายถึงบอกคืนสิกขากลับมาเป็นคฤหัสถ์เสพเมถุนธรรม (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๕๑/๑๗๘)
๓ ยานที่แล่นไป ในที่นี้หมายถึงยานช้าง ยานม้า และยานโค ที่ไม่ได้ผ่านการฝึกหัด ย่อมแล่นพาออกไป นอกทาง (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๕๑/๑๗๘)
๔ ยศและเกียรติ ในที่นี้หมายถึงลาภสักการะและความสรรเสริญ (ขุ.สุ.อ. ๒/๘๒๔/๓๗๓)
๕ ศัสตรา มี ๓ อย่าง คือ (๑) ศัสตราทางกาย (๒) ศัสตราทางวาจา (๓) ศัสตราทางใจ หรือกายทุจริต ๓ อย่าง วจีทุจริต ๔ อย่าง และมโนทุจริต ๓ อย่าง ในที่นี้หมายถึงศัสตราทางวาจา (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๕๔/๑๘๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka