Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 699

<< | หน้าที่ 699 | >>
[๘๒๘] มุนีรู้โทษนี้แล้ว ในคราวเป็นคฤหัสถ์

ก่อนบวชในธรรมวินัยนี้

พึงทำการเที่ยวไปผู้เดียวให้มั่นคง

ไม่พึงเข้าไปเสพเมถุนธรรม

[๘๒๙] บุคคลพึงศึกษาวิเวกนั้นแหละ

เพราะการประพฤติวิเวกนี้ เป็นกิจสูงสุดของพระอริยะทั้งหลาย

ไม่พึงสำคัญตนว่าเราเป็นผู้ประเสริฐสุด ด้วยการประพฤติวิเวกนั้น

ผู้นั้นแล ชื่อว่า อยู่ใกล้นิพพาน

[๘๓๐] หมู่สัตว์ผู้ติดใจในกามทั้งหลาย

ย่อมยินดีมุนีผู้ว่าง ประพฤติอยู่

ไม่มุ่งหวังกามทั้งหลาย ผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว

ติสสเมตเตยยสูตรที่ ๗ จบ


๘. ปสูรสูตร


ว่าด้วยปริพาชกชื่อว่าปสูระ


(พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ปสูรปริพาชกในท่ามกลางพุทธบริษัทดังนี้)

{๔๑๕} [๘๓๑] สมณพราหมณ์เป็นอันมาก

ย่อมกล่าวความหมดจดในธรรมนี้เท่านั้น

ไม่กล่าวความหมดจดในธรรมเหล่าอื่น

บุคคลอาศัยศาสดาใดก็กล่าวศาสดานั้นว่าดีงาม

ในเพราะทิฏฐิของตนนั้น เป็นผู้ตั้งอยู่ในปัจเจกสัจจะ

๑ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๕๙-๖๙/๑๙๕-๒๑๖
๒ ปัจเจกสัจจะ ในที่นี้หมายถึงสัจจะเฉพาะอย่าง เช่น สัจจะที่ว่า โลกเที่ยง นี้เท่านั้นจริง อย่างอื่นไม่จริง (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๕๙/๑๙๖)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka