Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 25 หน้าที่ 715

<< | หน้าที่ 715 | >>
(พระพุทธเนรมิตทูลถามดังนี้)

[๘๙๒] เพราะเหตุไรหนอ สมณพราหมณ์จึงพูดสัจจะไปต่าง ๆ

อ้างตนว่า เป็นคนฉลาดพูดพร่ำกันไป

สัจจะที่สมณพราหมณ์เหล่านั้นเล่าเรียนมา

มีหลายอย่างต่าง ๆ กันหรือ

หรือว่าสมณพราหมณ์เหล่านั้นพากันนึกตรึกเอาเอง

(พระผู้มีพระภาคตรัสตอบดังนี้)

[๘๙๓] มิได้มีสัจจะหลายอย่างต่าง ๆ กันเลย

เว้นแต่สัจจะที่แน่นอนด้วยสัญญาในโลก

แต่สมณพราหมณ์ทั้งหลาย

พากันกำหนดความตรึกในทิฏฐิทั้งหลายไปเอง

แล้วกล่าวธรรมเป็น ๒ อย่างว่า

คำของเราจริง คำของท่านเท็จ

[๘๙๔] เจ้าลัทธิอาศัยธรรมเหล่านี้ คือ

รูปที่เห็น เสียงที่ได้ยิน ศีล วัตร และอารมณ์ที่รับรู้

แล้วแสดงอาการดูหมิ่น และดำรงอยู่ในทิฏฐิที่ตกลงใจ

แล้วก็ร่าเริงกล่าวว่า คนอื่นเป็นคนพาล ไม่ฉลาด

[๘๙๕] เจ้าลัทธิใส่ไฟบุคคลอื่นว่า เป็นคนพาล เพราะเหตุใด

ก็กล่าวถึงตนเองว่า เป็นคนฉลาด เพราะเหตุนั้น

เจ้าลัทธินั้นอวดอ้างตนเองว่า เป็นคนฉลาด

ย่อมดูหมิ่นบุคคลอื่นและกล่าวเช่นนั้นเหมือนกัน

[๘๙๖] เจ้าลัทธินั้นเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยอติสารทิฏฐิ

เมาด้วยความถือตัว มีความถือตัวจัด อภิเษกตนเองด้วยใจ

เพราะทิฏฐินั้นเจ้าลัทธิถือกันมาอย่างนั้น

๑ อติสารทิฏฐิ ในที่นี้หมายถึงทิฏฐิ ๖๒ และทิฏฐิ ๖๒ นี้เอง เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘ทิฏฐิที่ตกลงใจ’ (ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๑๒๔/๓๕๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka