Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 26 หน้าที่ 291

<< | หน้าที่ 291 | >>
[๗๕๔] พระราชโอรสจึงได้เสวยการฟ้อนรำ ขับร้อง ความยินดี

และความสนุกสนานเป็นอันมาก

ทรงได้รับการบำรุงบำเรอในพระราชอุทยานแล้ว

จึงเสด็จเข้าไปยังภูเขาคิริพพชะ

[๗๕๕] ได้ทรงทอดพระเนตรเห็นพระปัจเจกพุทธะนามว่า สุเนตร

ผู้แสวงหาคุณอันประเสริฐ ฝึกฝนตนแล้ว

มีจิตตั้งมั่น ปรารถนาน้อย

สมบูรณ์ด้วยหิริ ยินดีเฉพาะอาหารที่อยู่ในบาตรซึ่งได้มาด้วยภิกขาจาร

[๗๕๖] จึงเสด็จลงจากคอช้างแล้วได้ตรัสถามว่า

ได้ภิกษาบ้างไหม พระคุณเจ้า

ถือตัวว่าเป็นกษัตริย์

ทรงจับบาตรของพระปัจเจกพุทธะนั้นชูขึ้น

[๗๕๗] แล้วทุ่มทำลายบาตรที่พื้นดินแข็ง

ทรงพระสรวล หลีกไป(หน่อยหนึ่ง)แล้วตรัสว่า

เราเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ากิตวะ

ท่านจักทำอะไรเราได้

[๗๕๘] กรรมหยาบช้ามีผลเผ็ดร้อน

ซึ่งพระราชโอรสผู้แออัดอยู่ในนรกเสวยแล้ว

[๗๕๙] พระราชโอรสทำบาปหยาบช้าไว้

จึงได้ประสบทุกข์แสนสาหัสอยู่ในนรก ๘๔๐,๐๐๐ ปี รวม ๖ ครั้ง

[๗๖๐] เธอเป็นคนพาล

นอนหงายบ้าง คว่ำบ้าง

นอนตะแคงซ้าย ตะแคงขวาบ้าง

ชี้เท้าขึ้นข้างบนบ้าง ยืนอยู่บ้าง

หมกไหม้อยู่สิ้นกาลนาน (ข้างละ ๘๔๐,๐๐๐ ปี)


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka