Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 229

<< | หน้าที่ 229 | >>
{๘๓๗} [๘] พ่อเอ๋ย เจ้าอย่าโกรธ เพราะความโกรธไม่ดีเลย

ทิศที่เจ้ายังไม่ได้เห็น ยังไม่ได้ยินมีอีกมาก

พ่อเสตเกตุ มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า

พระอริยะทั้งหลายกล่าวสรรเสริญอาจารย์ว่าเป็นทิศเบื้องขวา

{๘๓๘} [๙] คฤหัสถ์ถวายข้าว น้ำ และผ้า กล่าวนิมนต์ผู้ใด

แม้ผู้นั้นพระอริยะทั้งหลายย่อมเรียกว่า เป็นทิศเบื้องบน

เสตเกตุ ทิศนี้เป็นทิศที่ยอดเยี่ยม

เพราะสัตว์ทั้งหลายผู้มีทุกข์ถึงแล้วย่อมเป็นสุข

(พระราชาทรงเห็นดาบสทั้งหลายบำเพ็ญตบะผิด จึงตรัสสนทนากับปุโรหิตว่า)

{๘๓๙} [๑๐] ชฎิลเหล่าใดนุ่งห่มหนังสัตว์ที่ขรุขระ

มีขี้ฟันเขรอะ ร่างกายสกปรก สาธยายมนต์อยู่

ชฎิลเหล่านั้นประกอบหน้าที่การงานของมนุษย์

จะรู้แจ้งโลกนี้แล้วพ้นจากอบายได้หรือ

(ปุโรหิตกราบทูลว่า)

{๘๔๐} [๑๑] ขอเดชะพระราชา หากบุคคลถึงจะเป็นพหูสูต

กระทำแต่กรรมชั่ว ก็ชื่อว่าไม่ประพฤติธรรม

เขาแม้จะมีพระเวทตั้งพัน อาศัยความเป็นพหูสูตนั้น

แต่ไม่บรรลุจรณธรรม ก็พ้นจากทุกข์ไม่ได้

(เสตเกตุดาบสกล่าวกับปุโรหิตนั้นว่า)

{๘๔๑} [๑๒] บุคคลแม้จะมีพระเวทตั้งพัน อาศัยความเป็นพหูสูตนั้น

แต่ไม่บรรลุจรณธรรม ก็พ้นจากทุกข์ไม่ได้

อาตมาเข้าใจว่า พระเวททั้งหลายเป็นสิ่งที่ไร้ผล

จรณธรรมพร้อมทั้งความสำรวม เท่านั้นเป็นสัจจะ

๑ จรณธรรม ในที่นี้หมายถึงศีลและสมาบัติ ๘ (ขุ.ชา.อ. ๕/๑๑/๑๑)
๒ ความสำรวม ในที่นี้เป็นชื่อของศีล (ขุ.ชา.อ. ๕/๑๒/๑๑)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka