Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 304

<< | หน้าที่ 304 | >>
{๑๒๒๖} [๒๐] เมื่อใดต้นไม้มีผลบริบูรณ์

เมื่อนั้นเหล่าวิหคก็พากันมาจิกกินผลไม้นั้น

ครั้นรู้ว่า เมื่อผลวาย ต้นไม้สิ้นไปแล้ว

ก็พากันจากต้นไม้นั้นไปตัวละทิศละทาง

{๑๒๒๗} [๒๑] พ่อนกแขกเต้าผู้มีจะงอยปากแดง

เจ้าจงเที่ยวไปเถิด อย่าเพิ่งตายเลย

เจ้ามาซบเซาอยู่บนตอไม้แห้งทำไม

เจ้านกแขกเต้าผู้มีสีเขียวเหมือนไพรสณฑ์ในวสันตฤดู

เจ้าบอกเราเถิด เหตุไร เจ้าจึงไม่ละทิ้งต้นไม้แห้ง

(พญานกแขกเต้ากล่าวว่า)

{๑๒๒๘} [๒๒] พญาหงส์ ชนเหล่าใดเป็นเพื่อนร่วมสุขร่วมทุกข์จนตลอดชีวิต

แม้เพื่อนนั้นจะสิ้นทรัพย์หรือไม่สิ้นทรัพย์ก็ตาม ก็ไม่ยอมละทิ้ง

ชนเหล่านั้นนับว่าเป็นสัตบุรุษระลึกถึงธรรมของสัตบุรุษอยู่เสมอ

{๑๒๒๙} [๒๓] พญาหงส์ ข้าพเจ้าก็เป็นหนึ่งในหมู่สัตบุรุษ

ต้นไม้เป็นทั้งญาติเป็นทั้งสหายของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าต้องการมีชีวิตอยู่ ทั้งที่รู้ว่าต้นไม้หมดสิ้นแล้ว

ก็ไม่อาจทอดทิ้งไปได้

เพราะการทอดทิ้งไปนั้นไม่ใช่ธรรม

(ท้าวสักกะตรัสว่า)

{๑๒๓๐} [๒๔] เป็นการดีเจ้าปักษีที่เจ้าได้กระทำความเป็นเพื่อน

ไมตรีและความสนิทสนมในหมู่พวก

ถ้าคุณธรรมข้อนี้เจ้าพอใจ

เจ้าก็เป็นที่สรรเสริญของผู้รู้ทั้งหลาย

{๑๒๓๑} [๒๕] นี่เจ้านกแขกเต้าผู้มีปีกบินไปในอากาศ

เรานั้นจะให้พรแก่เจ้า

เจ้าจงเลือกพรสักอย่างหนึ่งตามที่เจ้าพอใจเถิด


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka