Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 349

<< | หน้าที่ 349 | >>
(พระโพธิสัตว์กล่าวมงคลต่อไปอีกว่า)

{๑๔๗๕} [๑๕๗] ผู้ใดมีความประพฤติถ่อมตนต่อชาวโลกทั้งปวง

คือ ต่อหญิงชายทั้งหลาย พร้อมทั้งพวกเด็ก

เป็นผู้อดทนต่อถ้อยคำที่หยาบคาย

ไม่กล่าววาจาที่ขัดแย้ง

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความอดกลั้นนั้นว่า

เป็นความสวัสดีของผู้นั้น

{๑๔๗๖} [๑๕๘] ผู้ใดมีปัญญา มีความรู้ ในเมื่อเหตุเกิดขึ้น

ไม่ดูหมิ่นมิตรสหายโดยศิลปะ สกุล ทรัพย์ และโดยชาติ

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความไม่ดูหมิ่นนั้นในสหายทั้งหลายว่า

เป็นความสวัสดีของผู้นั้น

{๑๔๗๗} [๑๕๙] ผู้ใดพูดจาไม่โกหก คบเพื่อนดี

และไม่ประทุษร้ายมิตร แบ่งปันทรัพย์ของตนให้

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการกระทำนั้นในมิตรทั้งหลายว่า

เป็นความสวัสดีของผู้นั้น

{๑๔๗๘} [๑๖๐] ผู้ใดมีภรรยาซึ่งมีวัยเท่า ๆ กัน สามัคคีกัน

คล้อยตามกัน เป็นผู้ใคร่ธรรม ให้กำเนิดลูกได้

เป็นหญิงมีสกุล มีศีล มีความซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อสามี

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวการประพฤตินั้นในภรรยาทั้งหลายว่า

เป็นความสวัสดีของผู้นั้น

{๑๔๗๙} [๑๖๑] ผู้ใดมีพระราชาผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่ชน ทรงมีพระเกียรติยศ

หยั่งรู้ความเป็นผู้บริสุทธิ์ และความพากเพียร

โดยปราศจากความคลางแคลงพระทัยว่า

ผู้นี้เป็นเพื่อนร่วมใจของเรา

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวความไม่คลางแคลงพระทัยนั้นว่า

เป็นความสวัสดีของผู้นั้นในพระราชาทั้งหลาย


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka