(ท้าวสักกะตรัสว่า)
{๑๖๖๒} [๖๒] พระเจ้าอุสินนระ สุนัขดำตัวนี้ไม่ต้องการเนื้อสัตว์
มันจะหลุดออกไปในคราวที่มันจะทำพวกมนุษย์ให้พินาศ
(ท้าวสักกะได้ตรัสอีกว่า)
{๑๖๖๓} [๖๓] เมื่อใดพวกสมณะศีรษะโล้นครองผ้าสังฆาฏิ
อุ้มบาตร ทำไร่ทำนาเลี้ยงชีพ
เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไปกินเนื้อสมณะโล้นนั้น
{๑๖๖๔} [๖๔] เมื่อใดนักบวชหญิงมีศีรษะโล้นครองผ้าสังฆาฏิ
ปฏิญาณตนว่า บำเพ็ญตบะ
แต่ซ่องเสพกามคุณ เที่ยวไปในโลก
เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อนักบวชหญิงนั้น)
{๑๖๖๕} [๖๕] เมื่อใดพวกชฎิลมีเครายาว มีขี้ฟันเขรอะ
มีธุลีบนศีรษะเที่ยวทวงหนี้อยู่
เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อชฎิลนั้น)
{๑๖๖๖} [๖๖] เมื่อใดพราหมณ์ทั้งหลายเรียนพระเวท เรียนสาวิตติฉันท์
และเรียนยัญวิธีแล้วเที่ยวรับจ้างทำการบูชายัญ
เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อพราหมณ์เหล่านั้น)
{๑๖๖๗} [๖๗] เมื่อใดพ่อและแม่ผู้แก่เฒ่าชราผ่านวัยหนุ่มสาวไปแล้ว
บุตรธิดามีความสามารถพอแต่ไม่เลี้ยงดู
เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อบุตรธิดาเหล่านั้น)
{๑๖๖๘} [๖๘] เมื่อใดพ่อและแม่ผู้แก่เฒ่าชราผ่านวัยหนุ่มสาวไปแล้ว
บุตรธิดากล่าวหาว่า ท่านทั้งหลายเป็นคนพาล
เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อบุตรธิดาเหล่านั้น)
{๑๖๖๙} [๖๙] เมื่อใดชายทั้งหลายในโลกเที่ยวประพฤติอสัทธรรม (คบชู้)
กับภรรยาของอาจารย์ก็ดี ภรรยาของเพื่อนก็ดี
ป้า น้าสาว อาสาวก็ดี
เมื่อนั้นสุนัขดำก็จะหลุดออกไป(กินเนื้อชายเหล่านั้น)