Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 397

<< | หน้าที่ 397 | >>
(มาณพกราบทูลว่า)

{๑๗๒๙} [๕] บุตรคนจัณฑาลได้มอบมนต์ให้แก่ข้าพระองค์โดยถูกต้อง

และบอกสาเหตุที่ทำให้มนต์เสื่อมไว้ว่า

ถ้ามีใครมาถามถึงชื่อและโคตรของเราแล้วเจ้าอย่าปกปิด

ถ้าปกปิดความจริง มนต์ก็จะเสื่อมไป

{๑๗๓๐} [๖] ข้าพระองค์นั้นถูกพระองค์ผู้เป็นจอมชนตรัสถามขึ้นในหมู่ชน

เกิดความลบหลู่ครอบงำแล้วจึงได้กราบทูลความพลั้งพลาดไปว่า

มนต์เหล่านี้เป็นของพราหมณ์ ดังนั้น

ข้าพระองค์มีมนต์เสื่อมเสียแล้ว จึงเป็นคนน่าสงสารร้องไห้อยู่

(พระราชาทรงติเตียนมาณพนั้นว่า)

{๑๗๓๑} [๗] คนผู้ต้องการน้ำหวานพึงได้น้ำหวานจากต้นไม้ใด

จะเป็นต้นละหุ่งก็ตาม ต้นสะเดาก็ตาม หรือต้นทองกวาวก็ตาม

ต้นไม้นั้นแลเป็นต้นไม้ดีที่สุดของเขา

{๑๗๓๒} [๘] บุคคลพึงรู้แจ้งธรรมจากผู้ใด จะเป็นกษัตริย์

พราหมณ์ แพศย์ ศูทร จัณฑาล หรือคนเทขยะก็ตาม

ผู้นั้นแลเป็นคนสูงสุดของเขา

{๑๗๓๓} [๙] ท่านทั้งหลายจงทำโทษ เฆี่ยนตี แล้วจงจับคอเจ้าคนชั่ว

ผู้ที่ยังประโยชน์อันสูงสุดซึ่งตนได้มาแสนยากให้พินาศไป

เพราะความเย่อหยิ่งและดูหมิ่นคน ไสหัวออกไป

(มาณพกล่าวขอเรียนมนต์ใหม่กับอาจารย์ว่า)

{๑๗๓๔} [๑๐] บุรุษสำคัญพื้นที่ว่าเรียบ พึงตกบ่อ ตกถ้ำ ตกเหว

ตกหลุมรากไม้ผุ หรือว่าคนตาบอดสำคัญว่าเชือก

พึงเหยียบงูเห่า เหยียบไฟฉันใด ท่านผู้มีปัญญาพึงรับทราบว่า

ข้าพเจ้าพลั้งพลาดไปแล้วฉันนั้นเหมือนกัน ท่านอาจารย์ทราบแล้ว

จงมอบมนต์ให้แก่ข้าพเจ้าผู้มีมนต์เสื่อมแล้วอีกเถิด


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka