Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 434

<< | หน้าที่ 434 | >>
(ปุโรหิตตำหนิธรรมเนียมของพราหมณ์ว่า)

{๑๙๑๔} [๖๙] ความบริสุทธิ์ย่อมมีเพราะการรดน้ำก็หาไม่

แม้จะเป็นพราหมณ์เต็มตัวก็หาไม่

ขันติและโสรัจจะก็ไม่มีแก่บุคคลนั้น

แม้เขาชื่อว่าได้ปรินิพพานเพราะดับกิเลสก็หาไม่

(อุททาลกดาบสถามว่า)

{๑๙๑๕} [๗๐] บุคคลจะเป็นพราหมณ์ได้อย่างไร

จะเป็นพราหมณ์เต็มตัวได้อย่างไร ปรินิพพานจะมีได้อย่างไร

และบุคคลผู้ตั้งอยู่ในธรรม บัณฑิตกล่าวเรียกว่าอย่างไร

(ปุโรหิตบอกว่า)

{๑๙๑๖} [๗๑] บุคคลผู้ไม่มีไร่นา ไม่มีเผ่าพันธุ์ ไม่ยึดถือว่าเป็นของเรา

ไม่มีความหวัง หมดความโลภอันเป็นบาป

มีความโลภในภพหมดสิ้นแล้ว

ผู้บำเพ็ญอย่างนี้ชื่อว่าเป็นพราหมณ์ ชื่อว่าผู้มีความเกษม

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตทั้งหลายเรียกว่า ผู้ตั้งอยู่ในธรรม

(อุททาลกดาบสกล่าวว่า)

{๑๙๑๗} [๗๒] กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คนจัณฑาล

และคนเทขยะทั้งหลาย ล้วนแต่เป็นผู้สงบเสงี่ยม

ฝึกตนแล้ว ล้วนแต่ได้ปรินิพพานแล้ว

เมื่อทุกคนมีความสงบเยือกเย็น

ยังจะมีคนดีและคนชั่วอีกไหมหนอ

(พราหมณ์กล่าวว่า)

{๑๙๑๘} [๗๓] กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร คนจัณฑาล

และคนเทขยะทั้งหลายล้วนแต่เป็นผู้สงบเสงี่ยม

ฝึกตนแล้ว ล้วนแต่ได้ปรินิพพานแล้ว

เมื่อทุกคนมีความสงบเยือกเย็นย่อมไม่มีทั้งคนดีและคนชั่ว


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka