Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 568

<< | หน้าที่ 568 | >>
[๑๘๗] เมื่อข้าพระพุทธเจ้าผู้เดียวเที่ยวแสวงหาโค

ได้หลงล่วงเลยเข้าไปในป่าเปลี่ยวที่แห้งแล้งกันดาร

เงียบสงัด ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยแห่งช้างนานาชนิด

[๑๘๘] ข้าพระพุทธเจ้าได้หลงทางเข้าไปในป่าทึบ

ซึ่งเป็นที่สัญจรไปมาแห่งเนื้อร้าย

มีความหิวกระหาย ได้ท่องเที่ยวไปในป่านั้นตลอด ๗ วัน

[๑๘๙] ณ ที่ป่านั้น ข้าพระพุทธเจ้าได้เห็นต้นมะพลับต้นหนึ่ง

ซึ่งอยู่หมิ่นเหม่ มีกิ่งทอดตรงไปยังปากเหว

มีผลดก ข้าพระพุทธเจ้าปรารถนาจะกิน

[๑๙๐] ข้าพระพุทธเจ้ากินผลที่ลมพัดหล่น

ข้าพระพุทธเจ้าพอใจผลมะพลับเหล่านั้นมาก แต่ยังไม่อิ่ม

จึงปีนขึ้นไปบนต้นด้วยคิดว่า จักกินให้สบายบนต้นนั้น

[๑๙๑] ข้าพระพุทธเจ้ากินผลหนึ่งแล้วปรารถนาผลที่ ๒ ต่อไป

แต่นั้นกิ่งมันได้หักเหมือนถูกขวานตัด

[๑๙๒] ข้าพระพุทธเจ้านั้นพร้อมทั้งกิ่งไม้ มีเท้าชี้ฟ้า

ศีรษะปักลงตกไปในซอกเขา ซึ่งไม่มีที่จะยึดเหนี่ยว

[๑๙๓] ก็เพราะน้ำลึก ข้าพระพุทธเจ้าจึงหยั่งไม่ถึง

นอนทอดอาลัยอยู่ในซอกเขานั้น ไม่น้อยกว่า ๑๐ ราตรี

[๑๙๔] ต่อมา วานรตัวหนึ่งมีหางคล้ายหางโค

ท่องเที่ยวไปมาตามซอกเขาเป็นประจำ

ไต่ไปตามกิ่งไม้กัดกินผลไม้อยู่ ได้มาถึงสถานที่นั้น

[๑๙๕] มันเห็นข้าพระพุทธเจ้ามีร่างกายผอมเหลือง

ได้มีความการุญแก่ข้าพระพุทธเจ้า ถามไถ่ว่า

ท่านผู้เจริญ ท่านชื่ออะไร ทำไมจึงมาทนทุกข์อยู่ที่นี่อย่างนี้

[๑๙๖] เป็นมนุษย์หรืออมนุษย์ จงแนะนำตัวให้ข้าพเจ้าทราบด้วย

ข้าพระพุทธเจ้าได้ประนมอัญชลีแล้วกล่าวแก่มันอย่างนี้ว่า


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka