Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 615

<< | หน้าที่ 615 | >>
(นางอลัมพุสาเทพกัญญารู้ว่าอิสิสิงคดาบสนั้นหลงใหลแล้ว จึงกล่าวว่า)

{๒๔๘๖} [๑๒๐] ท่านกัสสปะผู้เจริญ เมื่อจิตของท่านเป็นไปอย่างนี้แล้ว

ก็ไม่ใช่กาลที่จะเป็นปัญหา มาเถิด สหาย

เราทั้ง ๒ จักอภิรมย์กันในอาศรมของเรา

มาเถิด ดิฉันจักคลุกเคล้าท่าน

ขอท่านเป็นผู้ฉลาดในความยินดีในเบญจกามคุณเถิด

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศความข้อนั้นจึงตรัสว่า)

{๒๔๘๗} [๑๒๑] อลัมพุสา มิสสาเทพอัปสร ผู้มีวรรณะน่าใคร่

ปรารถนาเพื่อจะให้อิสิสิงคดาบสคลุกเคล้าระคนด้วยกิเลส

ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้วก็หลีกไป

{๒๔๘๘} [๑๒๒] ก็ดาบสนั้นตัดความเฉื่อยชาเสียแล้ว รีบออกไปโดยเร็ว

ประชิดตัวนาง ลูบเรือนผมบนศีรษะ

[๑๒๓] เทพอัปสรกัลยาณีผู้มีความสวยสดงดงาม

หันกลับมาสวมกอดดาบสนั้น

นางมีความยินดีที่ดาบสเคลื่อนจากพรหมจรรย์นั้น

ตามที่ท้าวสักกะปรารถนา

[๑๒๔] นางได้มีใจรำลึกถึงพระอินทร์ซึ่งประทับอยู่ในนันทวัน

ท้าวมัฆวานเทพกุญชรทรงทราบความดำริของนางแล้ว

[๑๒๕] ทรงส่งบัลลังก์ทอง พร้อมทั้งเครื่องบริวาร

พร้อมทั้งทับทรวง ๕๐ อัน

และเครื่องปูลาด ๑,๐๐๐ ผืน ไปโดยเร็วพลัน

[๑๒๖] แม่โฉมงามโอบอุ้มดาบสนั้นไว้แนบทรวงอก

กกกอดอยู่ตลอด ๓ ปีบนบัลลังก์นั้น

เป็นเหมือนเพียงครู่เดียวเท่านั้น

[๑๒๗] โดยล่วงไป ๓ ปี ดาบสพราหมณ์จึงสร่างเมา รู้สึกตัว

ได้เห็นต้นไม้เขียวชะอุ่มขึ้นอยู่โดยรอบเรือนไฟ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka