Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 27 หน้าที่ 616

<< | หน้าที่ 616 | >>
[๑๒๘] ป่าไม้ผลัดใบใหม่ ออกดอกบานสะพรั่ง

กึกก้องไปด้วยฝูงนกดุเหว่า ครั้นท่านเหลียวมองดูโดยรอบ

ก็หลั่งน้ำตาร้องไห้รำพันว่า

[๑๒๙] เรามิได้บูชาไฟ มิได้สาธยายมนต์

อะไรบันดาลการบูชาไฟให้เสื่อมสิ้นไป

ใครหนอประเล้าประโลมบำเรอจิตของเราในกาลก่อน

[๑๓๐] เมื่อเราอยู่ป่า ผู้ใดหนอมายึดเอาฌานคุณ

ที่เกิดมีพร้อมกับเดชของเราไป

ประดุจยึดเอานาวาที่เต็มเปี่ยมด้วยรัตนะนานาชนิดในท้องทะเลหลวง

(นางอลัมพุสาเทพกัญญาได้ฟังดังนั้น จึงปรากฏกายยืนอยู่กล่าวว่า)

{๒๔๘๙} [๑๓๑] ดิฉันถูกท้าวเทวราชทรงใช้มาเพื่อบำเรอท่าน

ได้ใช้จิตฆ่าจิตท่าน เพราะความประมาท ท่านจึงไม่รู้สึกตัว

(อิสิสิงคดาบสได้ฟังนางอลัมพุสาเทพกัญญาแล้ว ระลึกถึงโอวาทที่บิดาให้ไว้ คร่ำครวญอยู่ได้กล่าวว่า)

{๒๔๙๐} [๑๓๒] เดิมที พ่อกัสสปะพร่ำสอนถ้อยคำเหล่านี้กับเราว่า

พ่อมาณพ หญิงเปรียบได้กับดอกนารีผล

เจ้าจงรู้จักหญิงเหล่านั้น

[๑๓๓] พ่อกัสสปะดูเหมือนจะเอื้อเอ็นดูเรา

จึงพร่ำสอนเราอย่างนี้ว่า มาณพ เจ้าจงรู้จักหญิงผู้มีฝีที่อก

เจ้าจงรู้จักหญิงเหล่านั้น

[๑๓๔] เรามิได้ทำตามคำสอนของบิดาผู้เจริญนั้น

วันนี้เรานั้นจึงซบเซาอยู่แต่ผู้เดียวในป่าที่หามนุษย์มิได้

[๑๓๕] น่าติเตียนจริงหนอ ชีวิตของเรา

เราจักทำอย่างที่เราเคยเป็นเช่นนั้น

หรือมิฉะนั้นเราก็จักตายเสีย


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka