Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 227

<< | หน้าที่ 227 | >>
(เด็กหญิงกราบทูลว่า)

{๔๗๗} [๒๘๒] ท่านสมณะ กำไลมือ ๒ วงที่สวมอยู่ที่ข้อมือของดิฉันนี้

เพราะทั้ง ๒ วงกระทบกัน จึงเกิดเสียงดัง

คติของคน ๒ คนก็เป็นเช่นนี้

[๒๘๓] ท่านสมณะ กำไลมือวงหนึ่งที่สวมอยู่ที่ข้อมือของดิฉันนี้

ไม่มีอันที่ ๒ จึงไม่มีเสียงดังเหมือนมุนีสงบนิ่งอยู่

[๒๘๔] คนมีคู่จึงถึงความวิวาทกัน บุคคลคนเดียวจักวิวาทกับใคร

ท่านนั้นเป็นผู้ปรารถนาสวรรค์ ก็ขอจงชอบความเป็นผู้เดียวเถิด

(พระโพธิสัตว์ตรัสกับพระนางสีวลีว่า)

{๔๗๘} [๒๘๕] พระนางสีวลี เธอได้ยินคาถาที่นางกุมาริกากล่าวแล้วหรือ

นางกุมาริกาเป็นสาวใช้มาติเตียนเรา มันเป็นคติของคนคู่เท่านั้น

[๒๘๖] พระนางผู้เจริญ ทาง ๒ แพร่งนี้

เราทั้ง ๒ ผู้เดินทางได้สัญจรมาแล้ว

บรรดาทางทั้ง ๒ แพร่งนั้น เธอจงเลือกเอาทางหนึ่ง

อาตมภาพก็จักเลือกเอาอีกทางหนึ่ง

[๒๘๗] เธออย่าเรียกอาตมภาพว่าเป็นพระสวามีของเธอ

และอาตมภาพก็จะไม่เรียกเธอว่าเป็นพระมเหสีของอาตมภาพต่อไป

เมื่อกษัตริย์ทั้ง ๒ ตรัสข้อความนี้แล้วต่างก็เสด็จเข้าไปยังถูณนคร

[๒๘๘] เมื่อจวนเวลาอาหาร พระโพธิสัตว์ประทับอยู่

ณ ซุ้มประตูของช่างศร และ ณ ที่นั้น

ช่างศรนั้นหลับตาลงข้างหนึ่งเล็งดูลูกศรที่คด

ซึ่งตนดัดให้ตรงด้วยตาอีกข้างหนึ่ง

(พระโพธิสัตว์ตรัสว่า)

{๔๗๙} [๒๘๙] ช่างศร ท่านจงฟังอาตมภาพ

ท่านเห็นความสำเร็จประโยชน์หรือหนอ

ที่ท่านหลับตาข้างหนึ่งลง เล็งดูลูกศรที่คดด้วยตาอีกข้างหนึ่ง


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka