Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 333

<< | หน้าที่ 333 | >>
[๙๖๖] พราหมณ์เหล่านี้ก็เหมือนกับพวกคหบดี

ต่างมีความขวนขวายประกอบในกามคุณเป็นนิตย์

ย่อมใช้คนเป็นจำนวนมากให้ทำการงานบนแผ่นดิน

แนะพ่อลิ้นสองแฉก เพราะฉะนั้น พราหมณ์เหล่านั้นจึงไร้ปัญญา

(พระเจ้าสาครพรหมทัตทูลถามพระบิดาผู้เป็นดาบสว่า)

{๗๗๓} [๙๖๗] กระบวนกลอง ตะโพน สังข์ บัณเฑาะว์

และมโหระทึกนำหน้าใครมา ยังพระราชาผู้จอมทัพให้ทรงร่าเริง

[๙๖๘] ใครมีหน้าสีสุกใสด้วยกรอบอุณหิสทอง

ที่ติดอยู่ชายหน้าผากอันหนา มีประกายดังสายฟ้า

ใครยังหนุ่มแน่นสวมสอดแล่งธนู รุ่งเรืองด้วยสิริเดินมา

[๙๖๙] ใครมีพักตร์เปล่งปลั่งดังทอง

เหมือนถ่านเพลิงไม้ตะเคียนที่ลุกโชนอยู่ที่ปากเบ้า

รุ่งเรืองไปด้วยสิริมาอยู่

[๙๗๐] ใครมีฉัตรทองชมพูนุทพร้อมทั้งซี่ที่น่าพึงใจ

สำหรับใช้กันแสงดวงอาทิตย์ ใครรุ่งเรืองไปด้วยสิริมาอยู่

[๙๗๑] ใครมีปัญญาประเสริฐ มีพัดวาลวีชนีอย่างดีเยี่ยม

ที่บุคคลประคองไว้บนเศียรทั้ง ๒ ข้าง

[๙๗๒] ใครถือกำหางนกยูงอันวิจิตรอ่อนสลวย

มีด้ามล้วนแล้วด้วยทองและแก้วมณี

เที่ยวไปมาผ่านหน้าทั้ง ๒ ข้าง

[๙๗๓] ใครมีตุ้มหูอันกลมเกลี้ยงเหล่านี้

ซึ่งมีประกายดังสีถ่านเพลิงไม้ตะเคียน

ซึ่งลุกโชนอยู่ที่ปากเบ้างดงามข้างหน้าทั้ง ๒ ข้าง

[๙๗๔] ใครมีปลายผมอ่อนสลวยดำสนิทเห็นปานนี้

ถูกลมพัดสบัดพลิ้วอยู่เหมือนสายฟ้าพุ่งขึ้นจากท้องฟ้า

ทำให้ชายหน้าผากงดงามอยู่


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka