Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 380

<< | หน้าที่ 380 | >>
[๑๒๗๘] ข้าแต่มหาราช หม่อมฉันนั้น

ได้รับสักการะบูชาเป็นนิตย์มาตลอด ๗ ชาติ

หม่อมฉันไม่พ้นจากความเป็นหญิงตลอด ๖ ชาติ

[๑๒๗๙] ข้าแต่สมมติเทพ ชาติที่ ๗

หม่อมฉันจักได้เกิดเป็นเทวดาผู้ชาย

คือ เป็นเทพบุตรผู้มีฤทธิ์มาก เป็นผู้สูงสุดในหมู่เทวดา

[๑๒๘๐] แม้วันนี้ เหล่านางอัปสรผู้เป็นปริจาริกาของหม่อมฉัน

ยังช่วยกันร้อยดอกไม้เป็นพวงมาลัยอยู่ในพระอุทยานนันทวัน

เทพบุตรนามว่าชวะ ยังรับพวงมาลัยของหม่อมฉันอยู่

[๑๒๘๑] ๑๖ ปีในมนุษย์นี้เป็นเหมือนครู่หนึ่งของเทวดา

๑๐๐ ปีของมนุษย์เป็นคืนหนึ่งวันหนึ่งของเทวดา

[๑๒๘๒] ดังที่ได้กราบทูลมานี้ กรรมทั้งหลายติดตามไปได้

แม้ตั้งอสงไขยชาติ

ด้วยว่ากรรมจะดีหรือชั่วก็ตามย่อมไม่พินาศไป

{๘๖๕} [๑๒๘๓] บุคคลใดปรารถนาจะเป็นชายทุก ๆ ชาติไป

บุคคลนั้นพึงเว้นภรรยาผู้อื่นเสีย

เหมือนคนล้างเท้าสะอาดแล้วเว้นเปือกตม

[๑๒๘๔] หญิงใดปรารถนาจะเป็นชายทุก ๆ ชาติไป

หญิงนั้นก็พึงยำเกรงสามีเหมือนนางเทพอัปสร

ผู้เป็นปริจาริกายำเกรงพระอินทร์

[๑๒๘๕] ผู้ใดปรารถนาโภคทรัพย์ อายุ ยศ และสุขทิพย์

ผู้นั้นพึงเว้นบาปทั้งหลายแล้วประพฤติธรรม ๓ อย่าง เถิด

๑ ธรรม ๓ อย่าง ในที่นี้หมายถึงสุจริต ๓ ที่เป็นไปทางกาย วาจา ใจ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka