Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 394

<< | หน้าที่ 394 | >>
(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

{๙๐๕} [๑๓๕๙] ลำดับนั้น ท้าววรุณนาคราชเสด็จเข้าไปสู่นิเวศน์

ปรึกษากับพระชายา ตรัสคำนี้ว่า

[๑๓๖๐] “ปุณณกยักษ์นี้นั้นมาขอลูกอิรันทดีกับเรา

เราจะให้ลูกอิรันทดีผู้เป็นที่รักของเราแก่ปุณณกยักษ์นั้น

เพราะได้ทรัพย์เครื่องปลื้มใจเป็นจำนวนมากหรือ”

(นางนาควิมลามเหสีกราบทูลว่า)

{๙๐๖} [๑๓๖๑] “ปุณณกยักษ์ไม่พึงได้ลูกอิรันทดีของเรา

เพราะทรัพย์ เพราะสิ่งที่น่าปลื้มใจ

แต่ถ้าปุณณกยักษ์จะพึงได้หทัยของบัณฑิต

นำมาในนาคพิภพนี้ได้โดยชอบธรรม

เขาจะพึงได้ลูกสาวของเราเพราะสิ่งที่น่าปลื้มใจนั้น

หม่อมฉันไม่ปรารถนาทรัพย์อื่นยิ่งกว่านี้

(พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสว่า)

{๙๐๗} [๑๓๖๒] ลำดับนั้น ท้าววรุณนาคราชเสด็จออกจากนิเวศน์

ตรัสเรียกปุณณกยักษ์มาแล้วตรัสดังนี้ว่า

[๑๓๖๓] “ท่านไม่พึงได้ลูกอิรันทดีของเรา

เพราะทรัพย์ เพราะสิ่งที่น่าปลื้มใจ

ถ้าท่านได้หทัยของบัณฑิตนำมาในนาคพิภพนี้ได้โดยชอบธรรม

ท่านจะพึงได้ลูกสาวของเราเพราะสิ่งที่น่าปลื้มใจนั้น

เราไม่ปรารถนาทรัพย์อื่นยิ่งไปกว่านี้”

(ปุณณกยักษ์กราบทูลว่า)

{๙๐๘} [๑๓๖๔] “ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐในโลกนี้

คนบางคนย่อมเรียกคนใดว่าเป็นบัณฑิต

คนอีกพวกหนึ่งกลับเรียกคนนั้นนั่นแหละว่าเป็นพาล


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka