Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 459

<< | หน้าที่ 459 | >>
[๑๗๓๒] เมื่อใด พระองค์ผู้ให้สิ่งที่น่าพอใจ

ได้ทอดพระเนตรเห็นลำเนาไพรสองข้าง

แห่งทางอันเกลื่อนกล่นไปด้วยเนื้อร้าย

เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

[๑๗๓๓] พระองค์ครั้นได้ทอดพระเนตรเห็นเนื้อที่เดินมาเป็นฝูง

ฝูงละ ๕ ตัวในเวลาเย็นและได้ทอดพระเนตรเห็นพวกกินนร

กำลังฟ้อนรำอยู่ ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

[๑๗๓๔] เมื่อใด พระองค์ได้ทรงสดับเสียงกระเซ็นของแม่น้ำ

ที่กำลังหลั่งไหลอยู่ และเสียงเพลงขับกล่อมของพวกกินนร

เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

[๑๗๓๕] เมื่อใด พระองค์ได้ทรงสดับเสียงร้องของนกเค้า

ที่บินเที่ยวไปตามซอกเขา

เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

[๑๗๓๖] เมื่อใด พระองค์ได้ทรงสดับเสียงร้องของเหล่าสัตว์ร้าย

คือ ราชสีห์ เสือโคร่ง แรด และวัวลาน

เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

[๑๗๓๗] เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นนกยูง

ซึ่งล้อมสะพรั่งไปด้วยนางนกยูงทั้งหลาย

กำลังรำแพนหางจับอยู่บนยอดเขา

เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ

[๑๗๓๘] เมื่อใด พระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นนกยูง

ที่มีขนปีกงามตระการตา ซึ่งกำลังรำแพนหางอยู่

ล้อมสะพรั่งไปด้วยนางนกยูงทั้งหลาย

เมื่อนั้น ก็จักไม่ทรงระลึกถึงราชสมบัติ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka