Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 483

<< | หน้าที่ 483 | >>
[๑๙๐๖] ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ ต่อจากนั้นไป

พระองค์จักทอดพระเนตรเห็นต้นไทร

ที่มีผลหวาน มีร่มเงาเยือกเย็น เป็นที่รื่นรมย์ใจ

ซึ่งเกิดอยู่บนยอดเขาอันน่ารื่นรมย์

[๑๙๐๗] ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ ถัดจากนั้นไป

พระองค์จักทอดพระเนตรเห็นภูเขานาลิกะซึ่งเป็นศิลาล้วน

คลาคล่ำไปด้วยฝูงนกนานาพันธุ์และหมู่กินนร

[๑๙๐๘] ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือแห่งภูเขานาลิกะนั้น

มีสระมุจลินท์ที่ดารดาษไปด้วยดอกบุณฑริก

ดอกอุบลขาว และดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม

[๑๙๐๙] ขอเชิญพระองค์เสด็จเข้าไปยังไพรสณฑ์วนสถาน

อันเขียวชะอุ่มดังเมฆอยู่เป็นนิตย์ สะพรั่งไปด้วยไม้ดอก

และไม้ผลทั้ง ๒ เหมือนพญาราชสีห์ที่มุ่งเหยื่อ

[๑๙๑๐] ในไพรสณฑ์นั้น มีฝูงนกมากมาย

ส่งเสียงขันคูกู่ร้องก้องไพเราะ ประสานเสียงกู่ร้องอยู่อึงมี่

บนต้นไม้ที่ผลิดอกออกช่อตามฤดูกาล

[๑๙๑๑] พระองค์เสด็จดำเนินถึงซอกเขาซึ่งเป็นทางเดินลำบาก

และเป็นต้นของแม่น้ำทั้งหลาย จะได้ทอดพระเนตรเห็น

สระโบกขรณีอันสะพรั่งไปด้วยไม้กุ่มและไม้รกฟ้า

[๑๙๑๒] เกลื่อนกล่นไปด้วยฝูงปลามากมาย

มีท่าน้ำงาม ราบเรียบดี มีน้ำมาก

เต็มเปี่ยมอยู่สม่ำเสมอ เป็นสระสี่เหลี่ยม

มีน้ำอร่อย ปราศจากกลิ่นเหม็น

[๑๙๑๓] ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือแห่งสระโบกขรณีนั้น

พระองค์ได้ทรงสร้างบรรณศาลา

ครั้นแล้วพึงทรงบำเพ็ญเพียรเลี้ยงพระชนมชีพ

ด้วยการเที่ยวแสวงหามูลผลาหารอยู่เถิด

กัณฑ์วนปเวสน์ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka