Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 495

<< | หน้าที่ 495 | >>
[๑๙๙๑] อนึ่ง ในบริเวณอาศรมนั้นมีต้นราชพฤกษ์

มะเกลือ กฤษณา รักดำ ไทรใหญ่ หงอนไก่

และประดู่ เป็นอันมาก มีดอกบานสะพรั่ง

[๑๙๙๒] ในบริเวณอาศรมนั้นมีไม้โมกหลวง

ไม้สน ไม้กระทุ่ม ไม้ช่อ ไม้ตะแบก และไม้รัง

ล้วนมีดอกบานสะพรั่ง เป็นพุ่มเหมือนลอมฟาง

[๑๙๙๓] ในที่ไม่ไกลจากอาศรมนั้น

มีสระโบกขรณี ณ ภูมิภาคอันน่ารื่นรมย์

ดารดาษไปด้วยดอกปทุมและดอกอุบล

เหมือนสระโบกขรณีที่อยู่ในอุทยานนันทวันของเหล่าเทวดา

[๑๙๙๔] อนึ่ง ณ ที่ใกล้สระโบกขรณีนั้น

มีฝูงนกดุเหว่าเมารสดอกไม้ ส่งเสียงร้องไพเราะจับใจ

ทำให้ป่าใหญ่ดังอึกทึกกึกก้อง

เมื่อหมู่ไม้ผลิดอกออกช่อเบ่งบานตามฤดูกาล

[๑๙๙๕] รสหวานปานน้ำผึ้งพลัดร่วงลงจากเกสรดอกไม้

มาติดค้างอยู่บนใบบัว จึงชื่อว่าน้ำผึ้งใบบัว

อนึ่ง อาศรมนั้น เมื่อลมทิศใต้และทิศตะวันตกพัดมา

ก็เกลื่อนกลาดไปด้วยละอองเกสรดอกปทุม

[๑๙๙๖] ในสระโบกขรณีนั้นมีกระจับขนาดใหญ่

ทั้งข้าวสาลีอ่อนบ้าง แก่บ้าง

เหล่านั้นนั่นแหละล้มระเนระนาดอยู่บนพื้นดิน

และในสระโบกขรณีนั้น น้ำใสสะอาดมองเห็นฝูงปลา

เต่า และปูเป็นจำนวนมากที่กำลังว่ายไปมาเป็นกลุ่ม

รสที่ไหลออกจากเหง้าบัวและจากสายบัว

มีรสหวานปานน้ำผึ้ง นมสด และเนยใสที่เจือปนด้วยน้ำนม


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka