Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 28 หน้าที่ 496

<< | หน้าที่ 496 | >>
[๑๙๙๗] ไม้ป่านั้นมีกลิ่นต่าง ๆ มีลมโชยพัดมา

หอมฟุ้งตลบอบอวลเหมือนจะยังชนผู้มาถึงแล้ว

ให้บันเทิงเบิกบานด้วยกลิ่นและพวงดอกไม้

หมู่ภมรก็โผบินร่อนส่งเสียงกระหึ่มอยู่รายรอบ

เพราะกลิ่นหอมของดอกไม้

[๑๙๙๘] อนึ่ง ที่ใกล้อาศรมนี้

มีฝูงนกจำนวนมากที่มีสีต่าง ๆ กัน

ต่างก็บันเทิงใจอยู่กับคู่ของตน

กู่ร้องประชันเสียงกันและกัน

[๑๙๙๙] ยังมีฝูงนกอีก ๔ ฝูง อาศัยอยู่ใกล้สระโบกขรณี

คือ ฝูงนกนันทิกา ฝูงนกชีวปุตตา

ฝูงนกปุตตาปิยาจโน ฝูงนกปิยปุตตาปิยานันทา

[๒๐๐๐] ดอกไม้ทั้งหลาย ตั้งเรียงรายกันอยู่

เหมือนพวงมาลัยที่เขาร้อยไว้

หมู่ไม้เหล่านั้นย่อมปรากฏดังยอดธงชัย มีดอกสีต่าง ๆ กัน

ดังนายช่างผู้ฉลาดได้เก็บมาเรียงร้อยไว้เป็นอย่างดี

ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระราชาเวสสันดร

พร้อมด้วยพระโอรสทั้งหลายประทับอยู่

[๒๐๐๑] พระองค์ทรงเพศเป็นนักบวชอันประเสริฐ

ทรงขอสอยผลไม้ เครื่องบูชาไฟและชฎา

ทรงนุ่งห่มหนังเสือ บรรทมเหนือพื้นดินและทรงบูชาไฟอยู่

๑ ฝูงนก ๔ ฝูง หมายถึงนกที่มีชื่อต่างกันตามเสียงร้อง ฝูงนกนันทิการ้องว่า “ข้าแต่พระเวสสันดรผู้เป็น นาย ขอให้ท่านอยู่ในป่านี้อย่างเพลิดเพลินเถิด” ฝูงนกชีวปุตตาร้องว่า “ขอให้พระองค์และพระราชโอรส จงเป็นอยู่สบาย” ฝูงนกปุตตาปิยาจโนร้องว่า “ขอให้พระองค์และพระโอรสสุดที่รักจงมีชีวิตอยู่” ฝูงนก ปิยปุตตาปิยานันทาร้องว่า “ขอให้พระองค์และพระราชโอรสสุดที่รักจงเพลิดเพลิน” (ขุ.ชา.อ. ๑๐/๑๙๙๙/๓๖๕)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka