Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 31 หน้าที่ 228

<< | หน้าที่ 228 | >>
ส่วนผู้มีจักษุย่อมเห็น เป็นอย่างไร

คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเห็นภูตะ โดยความเป็นภูตะ ครั้นแล้วย่อมปฏิบัติ เพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับภูตะ ภิกษุทั้งหลาย ผู้มีจักษุย่อมเห็น อย่างนี้

ถ้าภิกษุใดเห็นภูตะโดยความเป็นภูตะ

และก้าวล่วงภูตะได้แล้ว

ย่อมน้อมไปในธรรมตามความเป็นจริง

เพราะความหมดสิ้นแห่งภวตัณหา

ภิกษุนั้นกำหนดรู้ภูตะได้แล้ว

ปราศจากตัณหาในภพน้อยภพใหญ่

ย่อมไม่มาสู่ภพใหม่ เพราะไม่มีภูตะ ดังนี้

{๓๕๗} [๑๕๐] บุคคล ๓ จำพวกมีทิฏฐิวิบัติ บุคคล ๓ จำพวกมีทิฏฐิสมบัติ

บุคคลผู้มีทิฏฐิวิบัติ ๓ จำพวก ไหนบ้าง คือ

๑. เดียรถีย์

๒. สาวกของเดียรถีย์

๓. บุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ

บุคคล ๓ จำพวกนี้มีทิฏฐิวิบัติ

บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ ๓ จำพวก ไหนบ้าง คือ

๑. พระตถาคต

๒. สาวกของพระตถาคต

๓. บุคคลผู้เป็นสัมมาทิฏฐิ

บุคคลผู้มีทิฏฐิสมบัติ ๓ จำพวกนี้

๑ ภูตะ ในที่นี้หมายถึงทุกข์ (ขุ.ป.อ. ๒/๑๔๙/๗๔)

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka