Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 31 หน้าที่ 320

<< | หน้าที่ 320 | >>
๗. เมื่อมนสิการว่า “กุศลธรรมทั้งหลายย่อมดำเนินไปแก่ผู้ปฏิบัติอย่างนี้” ชื่อว่าย่อมประพฤติด้วยความประพฤติในอายตนะ

๘. เมื่อมนสิการว่า “ผู้ปฏิบัติอย่างนี้ ย่อมบรรลุคุณวิเศษ” ชื่อว่า ย่อมประพฤติด้วยความประพฤติด้วยคุณวิเศษ

เหล่านี้ ชื่อว่าความประพฤติ ๘ อย่าง

อีกนัยหนึ่ง ความประพฤติ ๘ อย่าง คือ

๑. ความประพฤติสัมมาทิฏฐิ ชื่อว่าทัสสนจริยา (ความประพฤติด้วย ความเห็น)

๒. ความประพฤติสัมมาสังกัปปะ ชื่อว่าอภินิโรปนจริยา (ความประพฤติ ด้วยการปลูกฝังความดำริ)

๓. ความประพฤติสัมมาวาจา ชื่อว่าปริคคหจริยา (ความประพฤติด้วย การกำหนดสำรวมวจี ๔ อย่าง )

๔. ความประพฤติสัมมากัมมันตะ ชื่อว่าสมุฏฐานจริยา (ความประพฤติ ด้วยความหมั่น)

๕. ความประพฤติสัมมาอาชีวะ ชื่อว่าโวทานจริยา (ความประพฤติด้วย ความผ่องแผ้ว)

๖. ความประพฤติสัมมาวายามะ ชื่อว่าปัคคหจริยา (ความประพฤติ ด้วยการประคองความเพียร)

๗. ความประพฤติสัมมาสติ ชื่อว่าอุปัฏฐานจริยา (ความประพฤติด้วย การเข้าไปตั้งสติ)

๘. ความประพฤติสัมมาสมาธิ ชื่อว่าอวิกเขปจริยา (ความประพฤติด้วย ความไม่ฟุ้งซ่าน)

เหล่านี้ ชื่อว่าความประพฤติ ๘ อย่าง

{๔๕๐} คำว่า ความเป็นอยู่ อธิบายว่า บุคคลผู้น้อมใจเชื่อย่อมอยู่ด้วยศรัทธา ผู้ ประคองไว้ย่อมอยู่ด้วยความเพียร ผู้ตั้งมั่นย่อมอยู่ด้วยสติ ผู้ทำความไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมอยู่ด้วยสมาธิ ผู้รู้ชัดย่อมอยู่ด้วยปัญญา

๑ ขุ.จู. (แปล) ๓๐/๑๒๑/๓๙๙-๔๐๑

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka