Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 32 หน้าที่ 477

<< | หน้าที่ 477 | >>
[๒๗] ข้าพเจ้าออกจากป่าใหญ่ ได้พบพระแท่นสีหาสน์ จึงทำหนังสัตว์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมมือสรรเสริญพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

[๒๘] ครั้นสรรเสริญพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก ในส่วนกลางวันแล้ว ก็มีจิตร่าเริง เบิกบาน ได้เปล่งวาจานี้ว่า

[๒๙] ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษผู้สูงสุด ขอนอบน้อมแด่พระองค์ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้มีความเพียรมาก ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน พระองค์เป็นพระสัพพัญญู

[๓๐] ข้าพเจ้าได้สรรเสริญพระพุทธเจ้า พระนามว่าสิขี ด้วยการทำนิมิตอภิวาทอาสนะแล้ว บ่ายหน้าหลีกไปทางทิศเหนือ

[๓๑] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้สรรเสริญพระพุทธเจ้า ผู้ประเสริญกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลายไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการสรรเสริญ

[๓๒] ในกัปที่ ๒๗ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ชาติ พระนามว่าอตุลยะ สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

[๓๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระอาสนสันถวิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

อาสนสันถวิกเถราปทานที่ ๖ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka