[๕๘] ข้าพเจ้าได้ฟังธรรมของท่านพระอานนท์แล้ว ระลึกถึงบุพกรรมยืนอยู่ในที่นั้นเอง ก็ได้บรรลุอรหัตตผล
[๕๙] ข้าพเจ้าห่มจีวรเฉวียงบ่า ประคองอัญชลีไว้เหนือเศียรเกล้า ถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้เปล่งวาจานี้
[๖๐] ข้าพเจ้าถือดอกย่านทรายไปวางที่พระแท่นสีหาสน์ ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้คงที่
[๖๑] ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน ด้วยผลแห่งกรรมนั้น ข้าพระองค์ละความชนะและความพ่ายแพ้ได้แล้ว บรรลุฐานะที่ไม่หวั่นไหว
[๖๒] ในกัปที่ ๒๕,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ ชาติ มีอายุมากมายหลายอัพพุทะและนิรัพพุทะ
[๖๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระนิคคุณฑิปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ ฉะนี้
นิคคุณฑิปุปผิยเถราปทานที่ ๗ จบ
เป็นพหูสูต ในที่นี้หมายถึงได้เรียนพุทธพจน์โดยตรงจากพระผู้มีพระภาค ตั้งอยู่ในฐานะ “ขุนคลังปริยัติ” ในศาสนาของพระทศพล (องฺ.เอกก.อ. ๑/๒๒๓/๒๕๖)