Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 12

<< | หน้าที่ 12 | >>
[๗๒] ผู้นี้จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น

เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน

[๗๓] นับแต่กาลที่ข้าพเจ้าได้ทำกรรม

คือการได้กั้นฉัตรถวายพระพุทธเจ้าเป็นต้นมา

ในระหว่างนี้ข้าพเจ้าไม่รู้ภาวะที่ตนไม่เคยได้รับการกั้นเศวตฉัตรให้

[๗๔] ภพนี้เป็นภพสุดท้ายของข้าพเจ้า

ภพสุดท้ายกำลังเป็นไปอยู่

ทุกวันนี้เหนือศีรษะของข้าพเจ้า

ก็ได้มีการกั้นฉัตรตลอดกาลเป็นนิตย์

[๗๕] โอหนอ กรรมข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้ว

ในสำนักพระพุทธเจ้าพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้มั่นคง

อาสวะทั้งปวงสิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๗๖] กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว

ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๗๗] การที่ข้าพเจ้ามาในสำนักของพระพุทธเจ้า

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว

[๗๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘

และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าก็ได้ทำให้แจ้งแล้ว

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล

ได้ทราบว่า ท่านพระเอกฉัตติยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้

เอกฉัตติยเถราปทานที่ ๒ จบ



สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka