Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 14

<< | หน้าที่ 14 | >>
[๘๗] พระสัพพัญญู พระองค์ทรงยังโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก

ให้สว่างด้วยพระญาณของพระองค์

เขาเหล่านั้นทำให้พระองค์ทรงพอพระทัยจึงพ้นจากชาติได้

[๘๘] เพราะไม่ได้เฝ้าพระสัพพัญญูพุทธเจ้าผู้เห็นธรรมทั้งปวง

สัตว์ทั้งหลายจึงถูกราคะและโทสะครอบงำ

แล้วพากันตกไปในนรกอเวจี

[๘๙] เพราะอาศัยการได้เข้าเฝ้าพระองค์

ผู้สัพพัญญู ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

สัตว์ทั้งปวงจึงหลุดพ้นจากภพแล้วบรรลุอมตบท

[๙๐] เมื่อใด พระพุทธเจ้าทั้งหลายผู้มีพระจักษุ

มีพระรัศมี เสด็จอุบัติขึ้น

เมื่อนั้น พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นจะทรงแผ่พระรัศมีมีแสงสว่าง

แผดเผากิเลส(ของเหล่าสัตว์) ให้สิ้นไป

[๙๑] ข้าพเจ้าได้สดุดีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ

ผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของสัตว์โลกแล้ว มีจิตร่าเริง

บันเทิงใจ ได้บูชาพระองค์ด้วยดอกมะลิซ้อน

[๙๒] พระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ ผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก

ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้า

ประทับนั่งบนอาสนะของพระองค์แล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า

[๙๓] เราจักพยากรณ์ผู้ที่เลื่อมใส ถือดอกไม้กั้น(แดด)ให้เรา

ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด

[๙๔] ผู้นั้นจักครองเทวสมบัติในเทวโลกตลอด ๒๕ ชาติ

จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗๕ ชาติ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka