Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 231

<< | หน้าที่ 231 | >>
[๙๔] เป็นพระฤาษีทรงฝึกพระองค์เองและฝึกมหาชน

ทรงสงบระงับเองและทำให้มหาชนสงบระงับ

ทรงดับกิเลสเองและทรงยังมหาชนให้ดับกิเลส

ทรงเบาพระทัยเองและทรงให้มหาชนเบาใจ

[๙๕] ทรงมีความแกล้วกล้า องอาจ กล้าหาญ มีพระปัญญา

ทรงประกอบด้วยพระกรุณา ทรงได้วสี ทรงมีชัยชนะ

ทรงชนะแล้ว ไม่ทรงคะนอง ทรงหมดความห่วงใย

[๙๖] เป็นผู้ไม่หวั่นไหว ไม่สั่นคลอน เป็นนักปราชญ์

ไม่หลงใหล ไม่มีใครเสมอเหมือน เป็นมุนี ทรงฝักใฝ่ในธุระ

ทรงกล้าหาญแม้ในหมู่เจ้าลัทธิ ดังพญาโคอุสภะ

พญาคชสาร และพญาราชสีห์

[๙๗] เป็นผู้ปราศจากราคะ ปราศจากมลทิน

เป็นดังพรหม ฉลาดกว่านักปราชญ์

กำจัดเสียซึ่งข้าศึกคือกิเลส หมดเสี้ยนหนาม

ปราศจากความเศร้าโศก ไม่มีใครเสมอเหมือน

เป็นผู้ประเสริฐ เป็นผู้หมดจด

[๙๘] เป็นพราหมณ์ เป็นสมณะ เป็นที่พึ่ง เป็นหมอ

เป็นผู้กำจัดลูกศร(คือความโศก) เป็นนักรบ

เป็นผู้เบิกบาน เป็นผู้คงแก่เรียนและเรียนรู้กว้างขวาง

ไม่หวั่นไหว มีใจเบิกบาน ยิ้มแย้ม

[๙๙] ทรงฝึกอินทรีย์ เป็นผู้นำตนไป เป็นผู้ทำ เป็นผู้นำ

เป็นผู้ประกาศ เป็นผู้ยังสัตว์ให้ร่าเริง

เป็นผู้วิด เป็นผู้ตัด เป็นผู้ฟัง เป็นผู้สรรเสริญ

[๑๐๐] เป็นผู้ไม่มีลิ่มสลัก ปราศจากลูกศร ไม่มีทุกข์

ไม่มีความสงสัย เป็นผู้หมดตัณหา

ปราศจากธุลี เป็นผู้ขุด เป็นผู้ทำลาย

เป็นผู้กล่าว เป็นผู้ทำให้ปรากฏ


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka