Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 233

<< | หน้าที่ 233 | >>
[๑๐๗] ลมหายใจ กลิ่นปาก และกลิ่นกายของข้าพเจ้า

ก็เช่นนั้นเหมือนกัน(คือมีกลิ่นหอม)

และกลิ่นทั้งหมดนั้น

ของข้าพเจ้าก็หอมอยู่เป็นนิตย์

[๑๐๘] กลิ่นปากของข้าพเจ้า หอมฟุ้งไปตลอดกาล

เหมือนกลิ่นดอกปทุม ดอกอุบล และดอกจำปา

และกายของข้าพเจ้าก็หอมฟุ้งไปทุกเมื่อเช่นนั้นเหมือนกัน

[๑๐๙] ทั้งหมดนั้นเป็นผลแห่งการกล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า

ผลนั้นน่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง

ขอท่านทุกคนจงตั้งใจฟังภาษิตของเรา

[๑๑๐] ครั้นข้าพเจ้ากล่าวสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้า

ซึ่งนำประโยชน์และความสุขมาให้แล้ว

เป็นผู้มีจิตผ่องแผ้วในธรรมทั้งปวง

พระสงฆ์เป็นผู้ขวนขวายในความเพียรอย่างยิ่ง

[๑๑๑] มียศ ถึงความสุข งดงาม รุ่งเรือง น่ารัก น่าชม

เป็นผู้กล่าว ไม่ดูหมิ่นดูแคลน ไม่มีโทษ และเป็นผู้มีปัญญา

[๑๑๒] ขวนขวายในธรรมเป็นที่สิ้นกิเลส

พระนิพพานอันเหล่าชนผู้ภักดีต่อพระพุทธเจ้าพึงได้โดยง่าย

ข้าพเจ้าจักกล่าวถึงเหตุของพวกเขา

เชิญท่านทั้งหลายฟังเหตุนั้นตามเป็นจริง

[๑๑๓] ข้าพเจ้าถวายอภิวาทก็เพราะค้นพบพระยศ

ที่มีอยู่ของพระผู้มีพระภาค

เพราะเหตุนั้น แม้ข้าพเจ้าจะเกิดในภพใด ๆ ก็เป็นผู้มียศในภพนั้น ๆ

[๑๑๔] ข้าพเจ้าสรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้ทำที่สุดทุกข์ได้

และพระธรรมที่สงบซึ่งปัจจัยปรุงแต่งมิได้


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka