Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 259

<< | หน้าที่ 259 | >>
[๑๕๗] ผู้มากด้วยความปรีดาปราโมทย์

มีโลมชาติชูชันและมีใจฟูขึ้น มีนัยน์ตากลมโต

นำความร่าเริงมา มีความอาลัยในศาสนาของเรา

[๑๕๘] ผู้มีใจดี มีผ้าผืนเดียวหมอบอยู่แทบเท้าของเรา

เขาปรารถนาตำแหน่งคือการกล่าวธรรมได้อย่างวิจิตรนั้น

[๑๕๙] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป

พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร

ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก

[๑๖๐] ผู้นี้จักมีนามว่ากุมารกัสสปะ

เป็นธรรมทายาท เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต

จักเป็นสาวกของพระศาสดาพระองค์นั้น

[๑๖๑] เพราะอานุภาพแห่งดอกไม้และผ้า

อันวิจิตรและรัตนะทั้งหลาย

เขาจักถึงความเป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย

ผู้กล่าวธรรมได้อย่างวิจิตร’

[๑๖๒] ด้วยกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีแล้วนั้น

และด้วยเจตนาที่ตั้งไว้มั่น

ข้าพเจ้าละกายมนุษย์แล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๑๖๓] ข้าพเจ้าเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

เหมือนตัวละครเต้นรำหมุนเวียนอยู่กลางเวที

ข้าพเจ้าเป็นลูกของเนื้อชื่อสาขะ

ได้ถือปฏิสนธิในครรภ์ของแม่เนื้อ

[๑๖๔] ครั้งนั้น เมื่อข้าพเจ้ายังอยู่ในครรภ์

ถึงวาระที่จะต้องถูกฆ่า

มารดาของข้าพเจ้าถูกเนื้อชื่อสาขะทอดทิ้ง

จึงยึดเนื้อชื่อนิโครธเป็นที่พึ่ง


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka