Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 275

<< | หน้าที่ 275 | >>
[๒๖๙] ครั้งนั้น ข้าพเจ้า ๓ คนพี่น้อง

ได้เป็นราชอำมาตย์ในกรุงพาราณสี

ล้วนแต่เป็นที่ไว้วางพระทัยของพระราชา

[๒๗๐] รูปร่างองอาจแกล้วกล้า สมบูรณ์ด้วยพละกำลัง

ไม่พ่ายแพ้ในสงคราม

ครั้งนั้น พระเจ้าแผ่นดินผู้ถูกเจ้าเมืองชายแดนก่อกำเริบ

จึงมีรับสั่งกับพวกข้าพเจ้าว่า

[๒๗๑] ‘ท่านทั้งหลายจงไปชนบทชายแดน

ปราบปรามขบถของแผ่นดินให้ราบคาบแล้วกลับมา’

และทรงพร่ำสอนว่า ‘พวกท่านบำรุงแว่นแคว้นของเรา

ให้เกษมแล้วจงมอบคืน’

[๒๗๒] ลำดับนั้น ข้าพเจ้าได้กราบทูลว่า

‘ถ้าพระองค์จะพึงประทานพระผู้ทรงเป็นผู้นำ

เพื่อให้ข้าพระองค์ทั้งหลายอุปัฏฐากบ้าง

พระองค์ทั้งหลายก็จักทำกิจของพระองค์ให้สำเร็จ’

[๒๗๓] ลำดับนั้น ข้าพเจ้าได้รับพระราชทานพรแล้ว

ถูกพระภูมิบาลส่งไปปราบปรามชายแดนที่กำเริบให้วางอาวุธแล้ว

จึงกลับมายังนครนั้นอีก

[๒๗๔] ข้าพเจ้าทูลขอการรับอุปัฏฐากพระศาสดาจากพระราชา

ได้พระศาสดาทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก

เป็นพระมุนีผู้ประเสริฐแล้ว ได้บูชาพระองค์จนตลอดชีวิต

[๒๗๕] ผ้ามีค่ามาก อาหารมีรสเลิศ

เสนาสนะเป็นที่รื่นรมย์และเภสัชที่มีประโยชน์

[๒๗๖] พวกข้าพเจ้ามีศีล มีกรุณา มีใจประกอบด้วยภาวนา

จึงถวายปัจจัยที่พวกข้าพเจ้าให้เกิดขึ้นโดยธรรม

แด่พระมุนีพร้อมทั้งพระสงฆ์


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka