Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 398

<< | หน้าที่ 398 | >>
หม่อมฉันละกายกินนรีแล้ว

จึงได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

[๘๙] หม่อมฉันได้เป็นพระมเหสีของท้าวเทวราช ๓๖ พระองค์

สิ่งที่หม่อมฉันปรารถนาด้วยใจย่อมบังเกิดตามความปรารถนา

[๙๐] หม่อมฉันได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๐ พระองค์

เป็นสตรีมีบุญกุศลสั่งสมไว้แล้ว เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพ

[๙๑] กุศลของหม่อมฉันมี หม่อมฉันได้บวชเป็นบรรพชิต

วันนี้ หม่อมฉันเป็นบุคคลผู้ควรแก่การบูชา

ในศาสนาของพระศากยบุตร

[๙๒] วันนี้ หม่อมฉันมีใจบริสุทธิ์ ปราศจากจิตที่หยาบช้า

อาสวะทั้งปวงก็สิ้นไปแล้ว

บัดนี้ ภพใหม่ไม่มีอีก

[๙๓] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป

หม่อมฉันได้บูชาพระพุทธเจ้าไว้ในครั้งนั้น

จึงไม่รู้จักทุคติเลย

นี้เป็นผลแห่งการถวายพวงมาลัยดอกอ้อ

[๙๔] กิเลสทั้งหลายหม่อมฉันก็เผาได้แล้ว

ภพทั้งปวงหม่อมฉันก็ถอนได้แล้ว

หม่อมฉันตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ

ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ

[๙๕] การที่หม่อมฉันมาในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด

เป็นการมาดีแล้วโดยแท้

วิชชา ๓ หม่อมฉันได้บรรลุแล้วโดยลำดับ

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า หม่อมฉันก็ได้ทำสำเร็จแล้ว


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka