Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 421

<< | หน้าที่ 421 | >>
[๒๕๒] โอ ความประจวบกันมีความพลัดพรากเป็นที่สุด

โอ สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งล้วนไม่เที่ยง

โอ ชีวิตมีความพินาศเป็นที่สุด

การคร่ำครวญได้มีแล้ว ด้วยประการฉะนี้

[๒๕๓] ลำดับนั้น เทวดาและพรหมต่างก็เข้าไปเฝ้าพระฤาษีผู้ประเสริฐ

จึงทำความประพฤติตามโลกธรรมสมควรแก่กาล

[๒๕๔] ครั้งนั้น พระศาสดาตรัสเรียกพระอานนท์

ผู้เป็นพหูสูต มีปัญญาดุจห้วงน้ำมาสั่งว่า

“อานนท์ เธอจงไปประกาศให้ภิกษุทั้งหลายทราบ

ถึงการปรินิพพานของพระมารดา”

[๒๕๕] ในกาลนั้น ท่านพระอานนท์หมดความแช่มชื่น

มีน้ำตานองนัยนา ประกาศด้วยเสียงสั่นเครือว่า

“ขอภิกษุทั้งหลายจงมาประชุมกัน

[๒๕๖] คือภิกษุทั้งหลายที่เป็นโอรสของพระสุคตทั้งที่อยู่ในทิศตะวันออก

ทิศใต้ ทิศตะวันตก ทิศเหนือ

ภิกษุณีนั้นเป็นมารดาของเรา

[๒๕๗] ผู้ประคบประหงมสรีระสุดท้ายของพระมุนีให้เจริญ

ด้วยน้ำนมของตน ภิกษุณีนั้น คือพระโคตมีเถรี

ดับสนิทแล้วเหมือนดวงดาวดับแสงในเวลาดวงอาทิตย์ขึ้น

[๒๕๘] พระนางทรงประกาศให้รู้ว่า ‘เป็นพุทธมารดา’

แล้วนิพพาน ซึ่งเป็นที่ที่คนแม้มีดวงตา ๕ ดวงก็มองไม่เห็น

แต่พระผู้มีพระภาคผู้เป็นผู้นำทรงเห็นได้

[๒๕๙] ขอพระโอรสของพระสุคต ผู้มีศรัทธาในพระสุคต

หรือเป็นศิษย์ของพระมหามุนี

จงทำสักการะพุทธมารดาเถิด”


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka