หน้าหลัก พระไตรปิฎก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 429 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระอภิธรรมปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 33
<< | หน้าที่ 429 | >>
[๓๑๑] ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์

มีพระยศยิ่งใหญ่ พระนามว่าโกนาคมนะ

ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๓๑๒] ครั้งนั้นเอง ชน ๓ คน คือนางธนัญชานีพราหมณี

พระนางสุเมธาเถรี และหม่อมฉัน

เป็นคนของตระกูลที่สำเร็จความประสงค์ทุกอย่างในกรุงพาราณสี

[๓๑๓] หม่อมฉันทั้งหลายได้ถวายสังฆารามแก่พระมุนีหลายพันองค์

และได้สร้างวิหารอุทิศถวายพระพุทธเจ้าพร้อมทั้งสงฆ์สาวก

[๓๑๔] หม่อมฉันทั้งหลายทั้งหมดพากันจุติจากอัตภาพนั้นแล้ว

ได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ถึงความเป็นผู้เลิศด้วยยศ

และเมื่อเกิดในหมู่มนุษย์ก็เหมือนกัน

[๓๑๕] ในกัปนี้เอง พระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร

ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของพราหมณ์ มีพระยศยิ่งใหญ่

ประเสริฐกว่าเจ้าลัทธิทั้งหลาย เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว

[๓๑๖] ครั้งนั้น พระเจ้ากาสีพระนามว่ากิกี

เป็นใหญ่กว่านรชนในกรุงพาราณสีที่ประเสริฐสุด

ทรงเป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

[๓๑๗] หม่อมฉันเป็นธิดาคนโตของพระองค์มีนามปรากฏว่าสมณี

ได้ฟังธรรมของพระชินเจ้าผู้เลิศแล้วพอใจการบรรพชา

[๓๑๘] แต่พระชนกนาถมิได้ทรงอนุญาตให้หม่อมฉันทั้งหลายบวช

ครั้งนั้น หม่อมฉันทั้งหลายไม่เกียจคร้าน ครองเรือนอยู่ ๒๐,๐๐๐ ปี

[๓๑๙] พระราชกัญญาทั้ง ๗ พระองค์

มีความสุข ประพฤติพรหมจรรย์ตั้งแต่ยังเป็นกุมารี

เพลิดเพลินยินดีอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า


สารบัญ พระไตรปิฎก

พระไตรปิฎก
พระไตรปิฎก
พระวินัยปิฎก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฎก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฎก
พระอภิธรรม