หน้าหลัก พระไตรปิฎก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
พระไตรปิฏกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 33 หน้าที่ 432 | Buddhaparisa.org
หน้าหลัก / พระอภิธรรมปิฏก
พระไตรปิฏกฉบับมจร. เล่มที่ 33
<< | หน้าที่ 432 | >>
[๓๓๕] “พระนางผู้มีโภคะเป็นอันมาก

เชิญไปชมพระเวฬุวันซึ่งเป็นที่สบายตา

ซึ่งเปล่งปลั่งด้วยพระรัศมีของพระสุคต

สว่างไสวด้วยพระสิริตลอดเวลา”

[๓๓๖] (หม่อมฉันทูลว่า)

“เมื่อใดพระมุนีเสด็จเข้ามาทรงรับบิณฑบาต

ยังกรุงราชคฤห์อันยอดเยี่ยม

เมื่อนั้น หม่อมฉันจะเข้าไปชมพระเวฬุวันมหาวิหาร”

[๓๓๗] ขณะนั้น พระเวฬุวันมหาวิหาร

มีสวนดอกไม้ที่แย้มบาน มีเสียงหึ่งด้วยหมู่ภมรนานาชนิด

มีเสียงนกดุเหว่าร่ำร้อง ทั้งหมู่นกยูงก็รำแพน

[๓๓๘] สงัดจากเสียงอย่างอื่น ไม่พลุกพล่าน

ประดับไปด้วยที่จงกรมต่าง ๆ

สะพรั่งไปด้วยแถวแห่งกุฎีและมณฑป

เรียงรายไปด้วยพระโยคีผู้บำเพ็ญเพียร

[๓๓๙] หม่อมฉันเมื่อเดินเที่ยวไปได้รู้สึกว่า “นัยน์ตาของเรามีประโยชน์”

ครั้งนั้น หม่อมฉันเห็นภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งประกอบกิจอยู่ แล้วคิดไปว่า

[๓๔๐] ‘ภิกษุนี้ยังอยู่ในวัยรุ่นหนุ่ม มีรูปงาม น่าปรารถนา

ปฏิบัติดีอยู่ในป่าที่น่ารื่นรมย์เช่นนี้ เหมือนคนอยู่ในที่มืด

[๓๔๑] ภิกษุนี้มีศีรษะโล้น ห่มผ้าสังฆาฏินั่งอยู่ที่โคนไม้

ละความยินดีที่เกิดจากอารมณ์เข้าฌานอยู่หนอ

[๓๔๒] ธรรมดาคฤหัสถ์บริโภคกามอย่างมีความสุข

แก่แล้วจึงควรประพฤติธรรมอันดีงามนี้ในภายหลังมิใช่หรือ’

[๓๔๓] หม่อมฉันเข้าใจว่า ‘พระคันธกุฎีที่ประทับแห่งพระชินเจ้าว่างเปล่า’

จึงเดินเข้าไป ได้เห็นพระชินเจ้าผู้งดงามดังดวงอาทิตย์อุทัย


สารบัญ พระไตรปิฎก

พระไตรปิฎก
พระไตรปิฎก
พระวินัยปิฏก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฏก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฏก
พระอภิธรรม