Tipitaka>

พระไตรปิฏก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 40 หน้าที่ 22

<< | หน้าที่ 22 | >>
๒. ปัจจยปัจจนียะ


{๔๕} [๔๒] สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลพึงเกิดขึ้นเพราะ นเหตุปัจจัย ได้บ้างไหม

(พึงอธิบายนเหตุปัจจัยแม้ในปัจจนียะให้พิสดารเหมือนเหตุปัจจัยในอนุโลม)

{๔๖} [๔๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลพึงเกิดขึ้นเพราะ นอารัมมณปัจจัยได้บ้างไหม เพราะนอธิปติปัจจัย เพราะนอนันตรปัจจัย เพราะ นสมนันตรปัจจัย เพราะนสหชาตปัจจัย เพราะนอัญญมัญญปัจจัย เพราะ นนิสสยปัจจัย เพราะนอุปนิสสยปัจจัย เพราะนปุเรชาตปัจจัย เพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย เพราะนกัมมปัจจัย เพราะนวิปากปัจจัย เพราะ นอาหารปัจจัย เพราะนอินทรียปัจจัย เพราะนฌานปัจจัย เพราะนมัคคปัจจัย เพราะนสัมปยุตตปัจจัย เพราะนวิปปยุตตปัจจัย เพราะโนอัตถิปัจจัย เพราะ โนนัตถิปัจจัย เพราะโนวิคตปัจจัย เพราะโนอวิคตปัจจัยได้บ้างไหม

{๔๗} [๔๔] สภาวธรรมที่เป็นกุศลอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกุศลพึงเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย เพราะนอารัมมณปัจจัยได้บ้างไหม

(แม้ในปัจจนียะ ผู้รู้พึงอธิบายเอกมูลกนัย ทุมูลกนัย ติมูลกนัย จตุมูลกนัย จนถึงเตวีสติมูลกนัยของบทแต่ละบทให้พิสดารเหมือนในอนุโลม)

ปัจจนียะมีนัยอันลึกซึ้ง ๖ ประการ คือ

๑. ติกปัฏฐาน ๒. ทุกปัฏฐาน

๓. ทุกติกปัฏฐาน ๔. ติกทุกปัฏฐาน

๕. ติกติกปัฏฐาน ๖. ทุกทุกปัฏฐาน

แต่ละปัฏฐานประเสริฐสูงสุด


๑ หมายถึงปัจจัยอื่น ๆ ตามสมควรที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย แม้อารัมมณปัจจัยเป็นต้นก็พึงทราบโดยนัยนี้

สารบัญพระไตรปิฏก · Tipiṭaka