๙. กัมมปฏิพาหนสิกขาบท
{๓๖๙} ภิกษุให้ฉันทะเพื่อกรรมที่ทำถูกต้องแล้ว กลับติเตียนในภายหลัง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังติเตียน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อติเตียนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๑๐. ฉันทอทัตวาคมนสิกขาบท
{๓๗๐} ภิกษุเมื่อยังมีเรื่องที่ต้องวินิจฉัยอยู่ในสงฆ์ ไม่ให้ฉันทะแล้วลุกจากอาสนะหลีกไป ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. เมื่อกำลังจะละหัตถบาสที่ชุมนุมสงฆ์ ต้องอาบัติทุกกฏ
๒. เมื่อละหัตถบาสไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๑๑. ทัพพสิกขาบท
{๓๗๑} ภิกษุร่วมกับสงฆ์ผู้พร้อมเพรียงกันให้จีวรไปแล้วกลับติเตียนในภายหลัง ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังติเตียน ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อติเตียนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๑๒. ปริณามนสิกขาบท
{๓๗๒} ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภที่เขาน้อมไว้เป็นของจะถวายสงฆ์ไปเพื่อบุคคล ต้องอาบัติ ๒ อย่าง คือ
๑. กำลังน้อมไป ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะพยายาม
๒. เมื่อน้อมไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
สหธัมมิกวรรคที่ ๘ จบ