Tipitaka>

พระไตรปิฎก

ฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย เล่มที่ 13 หน้าที่ 370

<< | หน้าที่ 370 | >>
ยังไม่เต็มตามที่ต้องการเลย ก็ละทิ้งร่างกายไป

เพราะความอิ่มด้วยกามไม่มีในโลก

หมู่ญาติพากันสยายผม คร่ำครวญถึงคนที่ตายนั้น

และพูดว่า ‘ทำอย่างไรหนอ พวกญาติของเราทั้งหลายจึงจะไม่ตาย’

แต่นั้นก็นำศพนั้นซึ่งห่อผ้าไว้แล้วยกขึ้นสู่เชิงตะกอนแล้วช่วยกันเผา

ศพนั้นถูกเขาใช้หลาวแทงเผาอยู่

ละโภคทรัพย์ มีแต่ผ้าผืนเดียว

เมื่อคนจะตาย ญาติ มิตร หรือสหายก็ช่วยไม่ได้

ทายาททั้งหลายก็ขนทรัพย์สมบัติของเขาไป

ส่วนสัตว์ที่ตายไปก็ย่อมไปตามกรรม

เมื่อตายไป ทรัพย์ไร ๆ คือ

บุตร ภรรยา ทรัพย์ ข้าวของ เงินทอง

และแว่นแคว้นก็ติดตามไปไม่ได้

ทรัพย์ช่วยคนให้มีอายุยืนไม่ได้

ทั้งช่วยคนให้ละความแก่ก็ไม่ได้

นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวชีวิตนั้นว่าน้อยนัก

ไม่ยั่งยืน มีความแปรเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา

ทั้งคนมั่งมี และคนยากจนก็ย่อมประสบเช่นนั้น

ทั้งพาลและบัณฑิตก็ประสบเหมือนกันทั้งนั้น

คนพาลนั่นแหละถูกเหตุแห่งทุกข์กระทบเข้า

ย่อมหวั่นไหวเพราะความเป็นคนโง่

ส่วนบัณฑิตถูกกระทบเข้าก็ไม่หวั่นไหว

เพราะเหตุนั้นแล ปัญญาเท่านั้นเป็นเหตุบรรลุนิพพาน

ซึ่งเป็นที่สุดแห่งภพในโลกนี้ จึงประเสริฐกว่าทรัพย์


สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka