visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1000 | >>

คือ “ผลของกรรมมิได้มีแล้ว ๆ ผลของกรรมจักไม่มี ๆ ผลของกรรมไม่มีอยู่ ๆ” ส่วนชวนเจตนา ดวงที่ ๗ ซึ่งทำให้สำเร็จความประสงค์ มีชื่อเรียกว่า อุปปัชชเวทนียกรรม อุปปัชชเวทนียกรรมนั้นให้ผลในอัตภาพถัดไป เมื่อไม่สามารถ (ให้ผล) ตามนั้น ก็เป็นกรรมมีชื่อเรียกว่า อโหสิกรรม ไป โดยนัยดังกล่าวแล้วเช่นกัน ชวนเจตนา (อีก) ๕ ดวงในระหว่างชวนเจตนา ๒ ดวง (คือดวงที่ ๑ และที่ ๗) มีชื่อเรียกว่า อปราปรเวทนียกรรม อปราปรเวทนียกรรมนั้นได้โอกาสเมื่อใดในกาลอนาคต ให้ผลเมื่อนั้น เมื่อยังมีความเป็นไปของสังสาระอยู่ ก็ยังไม่เป็นกรรมมีชื่อเรียกว่า อโหสิกรรม

[๒๘๖] ยังมีกรรม (ให้ผลตามลำดับ) อีก ๔ อย่าง คือ :

๑. ครุกรรม กรรมหนัก
๒. พหุลกรรม กรรมเคยชิน
๓. อาสันนกรรม กรรมเมื่อจวนเจียน
๔. กตัตตากรรม กรรมสำแค่ว่าทำ

บรรดากรรม ๔ อย่างนั้น เป็นกุศลหรือเป็นอกุศลก็ตาม ในบรรดากรรมหนักและไม่หนัก กรรมใดเป็นกรรมหนัก เช่น มาตุฆาต (ฆ่ามารดา) เป็นต้นก็ตาม หรือมักคตกกรรม ก็ตาม กรรมนั้นแลให้ผลก่อน ถึงแม้ในบรรดากรรมที่เคยชินและไม่เคยชินก็เหมือนกัน กรรมใดที่เคยชินเช่นความเป็นผู้มีศีลดีที่ติตาม หรือความเป็นผู้ทุศีลก็ตาม กรรมเคยชินนั้นแลให้ผลก่อน กรรมที่คนเราระลึกได้ในเวลาใกล้มรณะ มีชื่อเรียกว่า อาสันนกรรม (คือกรรมเมื่อจวนเจียน) เพราะว่า บุคคลผู้ใกล้จะตายสามารถระลึกถึงกรรมก็ได้ เขาเกิดขึ้นด้วยกรรมนั้นนั่นแล ส่วนกรรมนอกจาก ๓ อย่างนี้ เป็นกรรมที่ได้ความคุ้นเคยบ่อย ๆ มีชื่อเรียกว่า กตัตตากรรม เมื่อไม่มีกรรม ๓ อย่างเหล่านั้นแล้ว มันจึงชักพาไปสู่ปฏิสนธิ

[๒๘๗] ยังมีกรรม (ให้ผลตามกิจ) อีก ๔ อย่าง คือ :

๑. ชนกกรรม กรรมแต่งให้เกิด
๒. อุปัตถัมภกกรรม กรรมสนับสนุน
๓. อุปปีฬกกรรม กรรมบีบคั้น
๔. อุปมาฏกกรรม กรรมตัดรอน

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka