visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 999 | >>

กำหนดรู้ปัจจัยทางกัมมวัฏฏ์และวิปากวัฏฏ์

[๒๘๔] พระภิกษุอีกรูปหนึ่งทำการกำหนดรู้ปัจจัยของนามและรูปทางกัมมวัฏฏ์และวิปากวัฏฏ์อย่างนี้ว่า “ธรรม ๕ อย่าง คือ โมฬะในกรรมภพก่อน ได้แก่ อวิชชา ๑ ความตั้งใจทำไว้ในกรรมภพก่อน ได้แก่สังขาร ๑ ความใคร่ ได้แก่ตัณหา ๑ ความยึดมั่นถือมั่น ได้แก่ อุปาทาน ๑ เจตนา ได้แก่ภพ ๑ ในกรรมภพก่อนเหล่านี้เป็นปัจจัยของปฏิสนธิในภพนี้

ธรรม ๕ อย่าง คือ ปฏิสนธิในภพนี้ ได้แก่ วิญญาณ ๑ การก้าวลง (ในครรภ์มารดา) ได้แก่ นามรูป ๑ ประสาท ได้แก่ อายตนะ ๑ สิ่งที่สัมผัสถูกต้อง ได้แก่ผัสสะ ๑ การเสวยอารมณ์ ได้แก่เวทนา ๑ ในอุปบัตติภพนี้ เหล่านี้เป็นปัจจัยของกรรมที่ทำไว้ในภพก่อน เพราะเหตุที่อายตนะทั้งหลายแก่กล้าในภพนี้แล้ว ธรรม ๕ อย่าง คือ โมฬะ ได้แก่ อวิชชา ๑ ความตั้งใจทำ ได้แก่สังขาร ๑ ความใคร่ ได้แก่ตัณหา ๑ ความยึดมั่นถือมั่น ได้แก่อุปาทาน ๑ เจตนา ได้แก่ภพ ๑ ในกรรมภพนี้ เหล่านี้เป็นปัจจัยของปฏิสนธิ (ในภพ) ต่อไป” ดังนี้

ว่าด้วยกรรม ๑๒ ชนิด

[๒๘๕] ในกัมมวัฏฏ์และวิปากวัฏฏ์นั้น กรรม (ให้ผลตามคราว) มี ๔ อย่าง คือ

๑. ทิฏฐธัมมเวทนียกรรม กรรมให้ผลในภพนี้
๒. อุปปัชชเวทนียกรรม กรรมให้ผลต่อเมื่อเกิดแล้วในภพหน้า
๓. อปราปรเวทนียกรรม กรรมให้ผลในภพสืบ ๆ ไป
๔. อโหสิกรรม กรรมที่ให้ผลสำเร็จแล้ว

ในบรรดาจิต ๗ ดวง (ซึ่งดำเนินไป) ชวนวิถี เดียวกันนั้น ชวนเจตนา ดวงแรกเป็นกุศล หรืออกุศลก็ตาม มีชื่อเรียกว่า ทิฏฐธัมมเวทนียกรรม ทิฏฐธัมมเวทนียกรรมนั้นให้ผลในอัตภาพนี้เท่านั้น แต่เมื่อไม่สามารถ (ให้ผล) อย่างนั้น ก็มีชื่อเรียกว่า อโหสิกรรมไป ที่เป็นกรรมมีชื่อเรียกว่า อโหสิกรรม ตามหลักของหมวด ๑ (ติิกะ) ดังนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka