ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
กมฺมํ นตฺถิ วิปากมฺหิ ปาโก กมฺเม น วิชฺชติ
อญฺญมญฺเญ อุโภ สุญฺญา น จ กมฺมํ วินา ผลํ.
แปลความว่า
กรรมไม่มีอยู่ในวิบาก วิบากก็ไม่มีอยู่ในกรรม กรรมและวิบากทั้งสอง ต่างว่างเปล่าซึ่งกันและกัน แต่ปราศจากกรรมเสียแล้ว ผลก็หามีไม่
ยถา น สุริเย อคฺคิ น มณิมฺหิ น โคมเย
น เตสุ พหิ โส อตฺถิ สมฺภาเรหิ จ ชายติ.
ตถา น อนฺโต กมฺมสฺส วิปาโก อุปลพฺภติ
พหิทฺธาปิ น กมฺมสฺส น กมฺมิ ตตฺถ วิชฺชติ.
แปลความว่า
ไฟไม่มีในดวงอาทิตย์ ไม่มีในแก้วมณี (ที่ใช้ส่อง) ไม่มีในมูลโค ไฟนั้นมิได้อยู่ภายนอกสิ่งทั้ง ๓ เหล่านั้น แต่มันเกิดขึ้นด้วยการประกอบกัน (ของสิ่งทั้ง ๓) ฉันใด วิบากก็ฉันนั้น หาไม่ได้ภายในกรรม แม้ภายนอกกรรมก็ไม่ได้ (เพราะ) กรรมมิได้อยู่ในวิบากนั้น
ผเลน สุญฺญํ ตํ กมฺมํ ผลํ กมฺเม น วิชฺชติ
กมฺมญฺจ โข อุปาทาย ตโต นิพฺพตฺตเต ผลํ.
แปลความว่า
กรรมนั้นว่างเปล่าจากผล ผลก็มิได้มีอยู่ในกรรม แต่เพราะอาศัยกรรมแล ผลจึงเกิดขึ้นจากกรรมนั้น
น เหตุ เทโว พฺรหฺมาวา สํสารสฺสติ การโก
สทฺธธมฺมา ปวตฺตนฺติ เหตุสมฺภารปจฺจยา.
แปลความว่า
ความจริง ในโลกนี้ ไม่มีเทพเจ้า หรือพระพรหมผู้สร้างสังสารวัฏ ธรรมแท้ ๆ เป็นไปเอง เพราะการประกอบกันของเหตุเป็นปัจจัย