ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)
เพราะเหตุนั้น ท่านจึงเรียกว่า สัมมาทัสสนะ พระภิกษุนั้นเป็นอันเห็นแล้วด้วยดีซึ่งธรรมทั้งหลายทั้งปวงโดยความไม่มีอัตตาด้วยการดำเนินไปตามสัมมาทัสสนะ ละความสงสัยในธรรมทั้งหลายทั้งปวงนี้เสียได้ด้วยประการฉะนี้
ถามว่า - “ธรรมทั้งหลาย คือ ยถาภูตญาณ ๑ สัมมาทัสสนะ ๑ กังขาวิตรณะ (การข้ามพ้นความสงสัย) ๑ เหล่านี้ มีเนื้อความต่างกัน มีพยัญชนะต่างกัน หรือว่ามีเนื้อความอย่างเดียวกัน พยัญชนะเท่านั้นต่างกัน”
ตอบว่า - “ธรรมทั้งหลาย คือ ยถาภูตญาณ ๑ สัมมาทัสสนะ ๑ กังขาวิตรณะ ๑ เหล่านี้ มีเนื้อความอย่างเดียวกัน พยัญชนะเท่านั้นที่ต่างกัน”
อนึ่ง ท่านผู้เจริญวิปัสสนา (วิปัสสก) ซึ่งประกอบด้วยญาณ (ดังกล่าวมา) นี้ เป็นผู้ได้ความเบาใจแล้ว ได้ที่พึ่งในพระพุทธศาสนาแล้ว เป็นผู้มีคติ (ภูมิที่ดำเนินไปภายหน้า) แน่นอน มีนามว่า พระจูฬโสดาบัน
ตสฺมา ภิกฺขุ สทา สโต นามรูปสฺส สพฺพโส
ปจฺจย ปริคฺคเณหเยย กงฺขาวิตรณุติโก.
เพราะฉะนั้นพระภิกษุผู้มีความประสงค์จะข้ามพ้นความสงสัย พึงเป็นผู้มีสติ กำหนดรู้ปัจจัยของนามและรูปโดยประการทั้งปวงทุกเมื่อแล
ในอธิการแห่งปัญญาภาวนา ในปกรณ์วิเสสชื่อวิสุทธิมรรค อันข้าพเจ้าทำเพื่อประโยชน์แก่ความปราโมชแห่งสาธุชน ดังนี้