visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1007 | >>

คำว่า “ยถาภูตญาณ - ญาณกำหนดรู้ตามเป็นจริง” ก็ดี คำว่า “สัมมาทัสสนะ - ความเห็นโดยชอบ” ก็ดี เป็นไวพจน์ของคำว่า “กังขาวิตรณวิสุทธิ” นี้นั่นเอง

ความจริง ท่านพระสารีบุตรเถระก็ได้กล่าวคำนี้ไว้ว่า “ปัญญาในการกำหนดรู้ปัจจัยว่า ‘เพราะอวิชชาเป็นปัจจัยจึงเกิดสังขารทั้งหลาย (และ) สังขารทั้งหลายก็เกิดขึ้นจากปัจจัย ถึงแม้ธรรมทั้งสอง (ทั้งอวิชชาและสังขาร) เหล่านี้ก็เกิดขึ้นจากปัจจัย ดังนี้เป็น ธัมมฐิติญาณ’” ดังนี้

ถามว่า - (พระภิกษุนั้น)

(๑) เมื่อมนสิการโดยความไม่เที่ยงอยู่ จะรู้องเห็นเองซึ่งธรรมทั้งหลายเหล่าไหนตามความเป็นจริง ? มี สัมมาทัสสนะ (ความเห็นโดยชอบ) อย่างไร ? เป็นอันเห็นด้วยดีซึ่งสังขารทั้งหลายทั้งปวงโดยความไม่เที่ยงด้วยการดำเนินไปตามสัมมาทัสสนะนั้นอย่างไร ? ละความสงสัยในสิ่งที่ไหนเสียได้ ?

(๒) เมื่อมนสิการโดยความเป็นทุกข์อยู่ ...

(๓) เมื่อมนสิการโดยความไม่มีอัตตาอยู่ จะรู้องเห็นเองซึ่งธรรมทั้งหลายเหล่าไหนตามความเป็นจริง ? ฯลฯ ละความสงสัยในที่ไหนเสียได้ ?

ตอบว่า -

(๑) เมื่อพระภิกษุนั้นมนสิการโดยความไม่เที่ยงก็รู้องเห็นเองซึ่งนิมิต (คือสังขาร) ตามเป็นจริง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงเรียกว่า สัมมาทัสสนะ พระภิกษุนั้นเป็นอันเห็นแล้วด้วยดี ซึ่งสังขารทั้งหลายทั้งปวง ด้วยการดำเนินไปตามสัมมาทัสสนะนั้น ละความสงสัยในสังขารทั้งหลายทั้งปวงนี้เสียได้ด้วยประการฉะนี้

(๒) เมื่อมนสิการโดยความเป็นทุกข์ ก็รู้องเห็นเองซึ่งความเป็นไป (ของสังขาร) ตามเป็นจริง ...

(๓) เมื่อมนสิการโดยความไม่มีอัตตา ก็รู้องเห็นเองซึ่งนิมิตและความเป็นไปตามเป็นจริง ...

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka