visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1033 | >>

ในรูปสัตตกะและอรูปสัตตกะนั้น เมื่อโยคาวจรยกขึ้น (สู่พระไตรลักษณ์) แล้วกำหนดรู้โดยอาการเหล่านี้ คือ :-

๑. โดยความยึดถือไว้และการปล่อยวาง

๒. โดยถึงความแตกดับของรูปที่เติบโตขึ้นตามวัย

๓. โดยความเป็นรูปเกิดขึ้นจากอาหาร

๔. โดยความเป็นรูปเกิดขึ้นจากฤดู

๕. โดยความเป็นรูปเกิดจากกรรม

๖. โดยความเป็นรูปมีจิตเป็นสมุฏฐาน

๗. โดยความเป็นรูปธรรมดา

ดังนี้ชื่อว่ายกขึ้นกำหนดรู้โดยทาง รูปสัตตกะ

เพราะฉะนั้น ท่านโบราณาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าวไว้ว่า

อาทานนิกเขปโต วยวุฑฺฒตถโตคามิโต

อาหารโต จ อุตุโต กมฺมโต จาปิ จิตฺตโต

ธมฺมตารูปโต สตฺต วิถาเรน วิปสฺสติ.

แปลความว่า

โยคาวจรรู้เห็นโดยพิสดาร โดยอาการ ๗ คือ โดยการยึดถือไว้และการปล่อยวาง ๑ โดยถึงความแตกดับของรูปที่เติบโตขึ้นตามวัย ๑ โดยอาหาร ๑ โดยอุตุ ๑ โดยกรรม ๑ โดยจิต ๑ โดยรูปธรรมดา ๑

๑. โดยความยึดถือไว้และปล่อยวาง

ในอาการ ๗ นั้น คำว่า “การยึดถือไว้” หมายถึง ปฏิสนธิ คำว่า “ปล่อยวาง” หมายถึง จุติ โยคาวจรกำหนดแบ่ง ๑๐๐ ปี (ออกเป็น ๒ ตอน) โดยการยึดถือไว้ (ปฏิสนธิ) และการปล่อยวาง (จุติ) เหล่านี้ แล้ว ยกพระไตรลักษณ์เข้าในสังขารทั้งหลาย

(ถาม) ยกพระไตรลักษณ์อย่างไร ? (ตอบ) ในระหว่าง (การยึดถือไว้และการปล่อยวาง) นี้ สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง (ถาม) เพราะเหตุไร ? (ตอบ) เพราะเป็นไปโดย

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka