visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1038 | >>

“รูปที่เป็นไปตลอด ๒ เดือน ในฤดูวัสสานะ (ฤดูฝน) ยังไม่ทันถึงฤดูสารท (ฤดูใบไม้ร่วง) ก็ดับเสียแล้วในฤดูวัสสานะนั้นนั่นเอง รูปที่เป็นไปในฤดูสารท ยังไม่ถึงฤดูเหมันต์ (ฤดูหนาว) ... รูปที่เป็นไปในฤดูเหมันต์ ยังไม่ถึงฤดูสิสิระ (ฤดูเย็น) ... รูปที่เป็นไปในฤดูสิสิระ ยังไม่ถึงฤดูวัสสันต์ (ฤดูใบไม้ผลิ) ... รูปที่เป็นไปในฤดูวัสสันต์ ยังไม่ถึงฤดูคิมหะ (ฤดูร้อน) ... รูปที่เป็นไปในฤดูคิมหะ ยังไม่ถึงฤดูวัสสานะถัดไป ก็ดับเสียแล้วในฤดูคิมหะนั้นนั่นเอง เพราะฉะนั้น รูปนั้นจึงเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” ดังนี้

จำแนก ๑ เดือน เป็น ๒ ปักษ์

ครั้นยกขึ้น (โดย ๖ ฤดู) อย่างนั้นแล้ว แต่นั้นโยคีก็ยกขึ้นสู่พระไตรลักษณ์ โดย (จำแนก ๑ เดือนเป็น) ข้างแรมและข้างขึ้นว่า “รูปที่เป็นไปในข้างแรม ยังไม่ทันถึงข้างขึ้น ... รูปที่เป็นไปในข้างขึ้น ยังไม่ทันถึงข้างแรม ก็ดับเสียแล้วในข้างขึ้นนั้นนั่นเอง เพราะฉะนั้น รูปนั้นจึงเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” ดังนี้

จำแนก ๑ วันเป็นกลางคืนและกลางวัน

แต่นั้น โยคีก็ยกขึ้นสู่พระไตรลักษณ์โดย (กำหนด) วันและคืนว่า “รูปที่เป็นไปในกลางคืน ยังไม่ทันถึงกลางวัน ก็ดับเสียแล้วในกลางคืนนั้นนั่นเอง แม้รูปที่เป็นไปในกลางวัน ยังไม่ทันถึงกลางคืน ก็ดับเสียแล้วในกลางวันนั้นนั่นเอง เพราะฉะนั้น รูปนั้นจึงเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” ดังนี้

จำแนก ๑ วันเป็น ๖ ส่วน

แต่นั้น โยคีก็ทำ (จำแนก) คืนและวันนั้นนั้นแลออกเป็น ๖ โดยเวลามีตอนเช้าเป็นต้น แล้ว ยกขึ้นสู่พระไตรลักษณ์ว่า “รูปที่เป็นไปในตอนเช้า ยังไม่ทันถึงตอนกลางวัน ... รูปที่เป็นไปในตอนกลางวัน ยังไม่ทันถึงตอนเย็น ... รูปที่เป็นไปในตอนเย็น ยังไม่ทันถึงปฐมยาม ... รูปที่เป็นไปในปฐมยาม ยังไม่ทันถึงมัชฌิมยาม ... รูปที่เป็นไปในมัชฌิมยาม ยังไม่ทันถึงปัจฉิมยาม ก็ดับเสียแล้วในมัชฌิมยามนั้นนั่นเอง รูปที่เป็นไปในปัจฉิมยาม ยังไม่ทันถึงตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ก็ดับเสียแล้วในปัจฉิมยามนั้นนั่นเอง เพราะฉะนั้น รูปนั้นจึงเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” ดังนี้

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka