visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1081 | >>

๗. ประกอบด้วยขันติและโสรัจจะ
๘. อดกลั้นต่อสิ่งไม่พอใจและในความกำหนัดยินดี

เพราะฉะนั้น ท่านพระโบราณาจารย์ทั้งหลาย จึงกล่าวไว้ว่า:-

อิมานิ อฐฺฐคุฌมุตฺตมานิ
ทิสฺวา ตถิ สงฺฆสมฺปุญฺญํ
อาทิตฺตเวลสสิรอุปโม มุนิ
ภงฺคานุปสฺสี อมตสฺส ปตฺติยา.

แปลความว่า

มุนี ผู้มีปรกติเห็นเนืองๆ ซึ่งความแตกดับ ครั้นเห็นคุณอันยอดเยี่ยม ๘ ประการ เหล่านี้แล้ว เป็นเสมือนบุคคลผู้มีผ้าโพกบนศีรษะถูกไฟไหม้ กำหนดพิจารณาเห็นแล้ว เห็นเล่า อยู่ในภังคานุปัสสนาญาณนั้น เพื่อบรรลุอมตนิพพาน

จบ ภังคานุปัสสนาญาณ

๖. ภยตูปัฏฐานญาณ

[๗๙๐] เมื่อโยคีนั้น เสพอยู่เนืองๆ ทำให้เกิดขึ้น ทำให้มากๆ ซึ่งภังคานุปัสสนามีนิโรธคือความสิ้นไป ความเสื่อมไป และความแตกดับของสังขารทั้งปวงเป็นอารมณ์ อยู่อย่างนี้ สังขารทั้งหลายซึ่งมีความแตกดับ (บรรดามีอยู่) ในภพ (๓) กำเนิด (๔) คติ (๕) วิญญาณฐีติ (๗) สัตตาวาส (๙) ทุกหนทุกแห่ง ก็ปรากฏเป็นที่น่ากลัวมาก เช่นเดียวกับสีหะ พยัคฆะ เสือเหลือง หมี เสือดาว ยักษ์ รากษส โคดุ สุนัขดุ ช้างดุตกมัน อสรพิษร้าย สายฟ้า ป่าช้า สนามรบ และหลุมถ่านเพลิงที่ลุกโชติช่วงเป็นต้น ปรากฏเป็นที่น่ากลัวมากแก่บุรุษขลาด ผู้ปรารถนาดำรงชีวิตอยู่โดยสุขสบาย เมื่อโยคีนั้นเห็นอยู่ว่า “สังขารทั้งหลายที่เป็นอดีตก็ดับไปแล้ว ที่เป็นปัจจุบันก็กำลังดับอยู่ ถึงแม้สังขารทั้งหลายที่จะบังเกิดขึ้นในอนาคต ก็ดักดับไป” ดังนี้ ณ ที่ตรงนี้ ญาณชื่อว่า ภยตูปัฏฐานญาณ บังเกิดขึ้น

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka