visuddhimagga>

คัมภีร์วิสุทธิมรรค

ฉบับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสโภ)

<< | หน้าที่ 1080 | >>

[๗๘๘] เมื่อโยคาวจรนั้นไม่ส่ายไปส่ายมาอย่างนี้ เป็นผู้มีมนสิการดำเนินไปว่า “สิ่งที่ยังไม่ดับนั่นแลดับอยู่ สิ่งที่ยังไม่แตกนั่นแลแตกอยู่” ละความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความเป็นไป และนิมิตของสังขารทั้งหลายทั้งปวงเสีย เห็นแต่ความแตกดับอย่างเดียว ประดุจบุคคลเห็นการแตกของภาชนะบอบบางกำลังแตกอยู่ เห็นการแตกกระจายของฝุ่นละอองที่กำลังปลิวว่อนอยู่ เห็นการแตกของเมล็ดงาที่กำลังถูกคั่วอยู่ โยคาวจรนั้นเห็นอยู่ว่า “สังขารทั้งหลายทั้งปวง กำลังแตกดับอยู่ แตกดับอยู่เหมือนบุรุษผู้มีดวงตา ยืนอยู่ ณ ริมฝั่งสระโบกขรณี หรือ ณ ริมฝั่งแม่น้ำ เมื่อฝนเม็ดหนากำลังตกอยู่ เขาพึงเห็นต่อมน้ำใหญ่ๆ เกิดขึ้นๆ บนผิวน้ำ แล้วแตกไปทันทีทันใด ฉะนั้น แม้ละพระผู้มีพระภาคทรงหมายถึงโยคาวจรเช่นกล่าวนี้ จึงตรัสว่า:-

ยถา พุพฺพุฬกํ ปสฺเส
ยถา ปสฺเส มรีจิกํ
เอวํ โลกํ อเวกฺขนฺตํ
มจฺจุราชา น ปสฺสติ.

แปลความว่า

มัจจุราช มองไม่เห็นบุคคลผู้กำหนดเห็นโลก (คือ ขันธ์ ๕) เหมือนเห็นต่อมน้ำ (และ) เหมือนเห็นพยับแดด๑

อานิสงส์ภังคานุปัสสนาญาณ

[๗๘๙] เมื่อโยคาวจรผู้นั้น เห็นอยู่เนืองๆ ว่า “สังขารทั้งหลายทั้งปวงแตกดับไป แตกดับไป อยู่อย่างนั้น” ภังคานุปัสสนาญาณ ซึ่งมีอานิสงส์ ๘ ประการเป็นบริวาร ก็ถึงความมีกำลังแก่กล้า อานิสงส์ ๘ ประการในภังคานุปัสสนาญาณนั้น คืออานิสงส์เหล่านี้

๑. ละภวทิฏฐิ (คือความเห็นในความมีและไม่มีแห่งภพ)
๒. สละความอาลัยรักใคร่ในชีวิต
๓. ประกอบความเพียรมั่นคงในความเพียรที่ควรประกอบอยู่ทุกเมื่อ
๔. มีอาชีพบริสุทธิ์
๕. สละความทะเยอทะยาน
๖. ปราศจากความกลัว

๑ ดูเทียบ ขุ. ธ. (ไทย) ๒๕/๑๗๐/๘๖

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka